บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด รับรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม ประจำปี พ.ศ. 2568 (The Prime Minister’s Best Industry Award 2025) รางวัลเกียรติยศสูงสุดของภาคอุตสาหกรรมไทยที่มอบให้แก่สถานประกอบการที่มีผลการดำเนินงานเป็นเลิศรอบด้านเพียงหนึ่งเดียวในแต่ละปี โดยมีนายอะคิโนริ อะตาราชิ ประธานกรรมการ เป็นผู้รับรางวัล และมีนายสึโทมุ คูริฮาระ ประธานบริษัทฯ รับรับรางวัลทูตอุตสาหกรรมภาคเอกชน หรือ MIND Ambassador โดยรางวัลและตำแหน่งหน้าที่อันทรงเกียรตินี้สะท้อนมาตรฐานการบริหารจัดการที่ไดกิ้นพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบริหารงานคุณภาพและความปลอดภัย การจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน
นายอะคิโนริ อะตาราชิ ประธานกรรมการ บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ไดกิ้นรู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยมอีกครั้ง หลังจากที่เคยได้รับรางวัลนี้เมื่อปี พ.ศ. 2561 ซึ่งสะท้อนถึงการรักษามาตรฐานในการพัฒนาคุณภาพ การบริหารจัดการ และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด รางวัลนี้จึงไม่ใช่ความสำเร็จของฝ่ายบริหารเพียงเท่านั้น แต่เป็นความสำเร็จร่วมกันของพนักงานทุกคน ตลอดจนลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันยกระดับมาตรฐานทั้งด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต รวมถึงการทำงานที่มีการปรับปรุงและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง” เบื้องหลังรางวัล: คือการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และการบริหารที่ยึดคนเป็นศูนย์กลาง หัวใจสำคัญที่นำไดกิ้น มาสู่เกียรติยศครั้งนี้ คือแนวทาง การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หรือ Continuous Improvement ภายใต้แนวคิด “Perfecting the Air” ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การผลิต การควบคุมคุณภาพ การให้บริการ ไปจนถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนในพื้นที่ที่บริษัทดำเนินธุรกิจ ควบคู่กับการบริหารที่ยึดบุคลากรเป็นศูนย์กลาง หรือ People-Centered Management (PCM)
“ไดกิ้นไม่เคยหยุดอยู่กับความสำเร็จที่ผ่านมา เพราะบริษัทให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานในทุกกระบวนการ เพราะเราเชื่อว่าพนักงานคือกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ไดกิ้นจึงส่งเสริมให้พนักงานทุกคนเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง กล้าคิด กล้าเสนอแนวทางใหม่ และมีส่วนร่วมในการปรับปรุงกระบวนการทำงาน รวมไปถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่นำไปประยุกต์ใช้ได้จริง” นายอะคิโนริ กล่าว
แนวคิดนี้ ได้ปรากฏเป็นรูปธรรมในฐานการผลิตของบริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ ซึ่งเป็นฐานการผลิตหลักในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ด้วยกำลังการผลิตมากกว่า 6 ล้านเครื่องต่อปี ขับเคลื่อนด้วยระบบการผลิตเฉพาะของไดกิ้น รองรับการผลิตแบบ Mixed Production ผ่านการผสานเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ IoT พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อประสิทธิภาพการผลิตสูงสุด ขณะเดียวกัน ศูนย์วิจัยและพัฒนาในประเทศไทยซึ่งดำเนินงานมากว่า 20 ปี ก็ได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ที่คอยขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านอากาศ ทั้งเทคโนโลยี Streamer เครื่องปรับอากาศระบบ VRV และระบบปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในอาคาร (IAQ Solution) ไปพร้อมกัน
ในด้านคุณภาพ ไดกิ้น มีการควบคุมมาตรฐานอย่างเข้มงวดตั้งแต่การออกแบบ การผลิต ไปจนถึงการส่งมอบ ภายใต้มาตรฐานสากล สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้ากว่า 50 ประเทศทั่วโลก ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การจัดซื้อ การพัฒนาผู้ส่งมอบ การผลิตและขนส่ง จนถึงบริการหลังการขาย พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้สู่บริษัทในกลุ่ม ผู้ส่งมอบ สถาบันการศึกษา และชุมชน ขณะที่ด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทได้ขับเคลื่อนองค์กรภายใต้ Daikin Environment Vision 2050 โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ถึงร้อยละ 50 ในปี 2025 จากการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้ การหมุนเวียนทรัพยากร และการควบคุมมลพิษอย่างเป็นระบบ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ในปี 2030 และ Net Zero Greenhouse Gas Emissions ในปี 2050 บทบาททูตอุตสาหกรรมภาคเอกชน นอกเหนือจากรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม การได้รับรางวัลทูตอุตสาหกรรมภาคเอกชน หรือ MIND Ambassador ถือเป็นบทบาทที่เปรียบเสมือนตัวแทนของกระทรวงอุตสาหกรรมจากภาคเอกชน ในการเป็นต้นแบบของการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมที่เติบโตควบคู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแนวทาง MIND ของกระทรวงอุตสาหกรรมที่มุ่งสู่ความสำเร็จใน 4 มิติ ได้แก่ ความสำเร็จทางธุรกิจ การดูแลสังคมโดยรอบโรงงานอุตสาหกรรม การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมที่ตอบโจทย์ไทยและประชาคมโลก และการกระจายรายได้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดรับกับการดำเนินงานของไดกิ้น ที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตของธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมกับผู้คนรอบข้างมาโดยตลอด
“สำหรับไดกิ้น รางวัลนี้ไม่ได้เป็นจุดหมายปลายทาง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับมาตรฐานองค์กรให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรากำลังเดินหน้าพัฒนาโรงงานอัจฉริยะ หรือ Smart Factory พร้อมขยายการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และระบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับคุณภาพและความปลอดภัย ตลอดจนเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและชุมชน
“และเราเชื่อมั่นว่ากลุ่มบริษัท ไดกิ้น จะเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล และเป็นต้นแบบของการดำเนินธุรกิจที่มีคุณภาพ มีความรับผิดชอบ พร้อมสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนไปด้วยกัน” นายอะคิโนริ กล่าวปิดท้าย















