“ความจริงจังของปักกิ่ง ถูกขีดเส้นไว้อย่างชัดเจนว่า การรวมชาติไม่ใช่เรื่องที่จะทำเมื่อไหร่ก็ได้ หรือเป็นแค่ทางเลือกเสริมตามความสะดวก แต่คือ “ภารกิจประวัติศาสตร์ที่ต้องทำให้ลุล่วง” ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนความทันสมัยของประเทศ มรดกทางความคิดจากยุค เจียง เจ๋อหมิน ถูกส่งไม้ต่อมายังยุคปัจจุบันอย่างเข้มข้น เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่า อธิปไตยของชาติ คือสิ่งที่ไม่สามารถต่อรองได้”
ท่ามกลางกระแสลมหมุนวนทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กำลังเดือดระอุ ปักกิ่งได้ส่งเสียงกึกก้องสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งภูมิภาคอีกครั้ง ในพิธีรำลึกวาระครบรอบ 100 ปีชาตกาลของ เจียง เจ๋อหมิน อดีตผู้นำสูงสุดของจีน ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้ลุกขึ้นประกาศจุดยืนอันเด็ดเดี่ยว ต่อ “ประเด็นไต้หวัน” ในฐานะ “ภารกิจที่ไม่มีวันยอมถอย” และผูกร้อยเข้ากับเป้าหมายสูงสุดแห่งการฟื้นฟูยิ่งใหญ่ของประชาชาติจีน
สุนทรพจน์ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การรำลึกถึงอดีต แต่เป็นการตอกย้ำความต่อเนื่องของนโยบายที่ไร้รอยต่อ สี จิ้นผิง ได้กล่าวยกย่องบทบาทอันทรงพลังของ เจียง เจ๋อหมิน ผู้ผลักดันให้สองฝั่งช่องแคบไต้หวัน ยืนหยัดบนรากฐานอันมั่นคงของ “ฉันทามติปี 1992” ภายใต้หลักการ “จีนเดียว” พร้อมส่งสัญญาณเตือนไปยังกลุ่มอิทธิพลที่คิดจะแยกตัวเป็นเอกราชว่า ปักกิ่งพร้อมใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด ในการทำลายความฝันลมๆ แล้งๆ ของขบวนการแบ่งแยกดินแดนให้สิ้นซาก
ความจริงจังของปักกิ่ง ถูกขีดเส้นไว้อย่างชัดเจนว่า การรวมชาติไม่ใช่เรื่องที่จะทำเมื่อไหร่ก็ได้ หรือเป็นแค่ทางเลือกเสริมตามความสะดวก แต่คือ “ภารกิจประวัติศาสตร์ที่ต้องทำให้ลุล่วง” ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนความทันสมัยของประเทศ มรดกทางความคิดจากยุค เจียง เจ๋อหมิน ถูกส่งไม้ต่อมายังยุคปัจจุบันอย่างเข้มข้น เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่า อธิปไตยของชาติ คือสิ่งที่ไม่สามารถต่อรองได้
การหยิบยกประเด็นไต้หวันขึ้นมากลางพิธีสำคัญระดับชาติในครั้งนี้ คือการส่งสารเตือนสิทธิอันชอบธรรมว่า ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ทศวรรษ ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน หลักการ “จีนเดียว” ไม่เคยจางหาย มีแต่จะทวีความเข้มข้นและเร่งรัดความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ การที่คนบางกลุ่มคิดแบ่งแยก ประวิงเวลา หรือเอาความหวังไปฝากไว้กับเกราะคุ้มกันปลอมๆ จากชาติตะวันตก คือความเข้าใจผิดมหันต์ การดึงดันเล่นเกมการเมืองเช่นนี้ รังแต่จะทำให้สูญเสียโอกาสทองแห่งความเจริญรุ่งเรือง และนำพาภูมิภาคไปสู่ทางตันที่อันตราย



