วันศุกร์, ตุลาคม 9, 2026
หน้าแรกต่างประเทศจีนจาก "ความฝันจีน" สู่ "ความฝันของชาวโลก" 4 พันธกิจของจีนกับการชักนำชาวโลกสร้างฝันให้เป็นจริง

Related Posts

จาก “ความฝันจีน” สู่ “ความฝันของชาวโลก” 4 พันธกิจของจีนกับการชักนำชาวโลกสร้างฝันให้เป็นจริง

ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายนานัปการ ทั้งปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ จีนได้ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในฐานะประเทศที่มิได้เพียงมุ่งพัฒนาตนเองเท่านั้น แต่ยังชักนำประชาคมโลกให้ร่วมกันสร้างอนาคตที่สดใสกว่าเดิม แนวคิด “ความฝันจีน” (Chinese Dream) ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ประกาศไว้เมื่อปี ค.ศ. 2012 มิได้จำกัดอยู่เพียงการฟื้นฟูความเจริญรุ่งเรืองของชาติจีนเท่านั้น หากแต่เชื่อมโยงกับ “ความฝันของชาวโลก” ผ่านข้อริเริ่มและความร่วมมือระหว่างประเทศในมิติต่างๆ โมเดลนี้ได้ชักนำชาวโลกสร้างฝันให้เป็นจริงได้อย่างไร ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การลดความยากจน การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างสันติภาพ”

บทความโดย สันติ ตั้งรพีพากร

ข้อริเริ่ม “แถบและเส้นทาง” (Belt and Road Initiative : BRI) ที่จีนประกาศในปี ค.ศ. 2013 นับเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ มีประเทศมากกว่า 150 แห่งและองค์กรระหว่างประเทศกว่า 30 แห่งเข้าร่วม โครงการนี้มิได้เป็นเพียงการสร้างถนน ทางรถไฟ ท่าเรือ และโครงข่ายพลังงานเท่านั้น แต่เป็นการเชื่อมโยงผู้คน เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน ตัวอย่างที่ชัดเจนคือทางรถไฟจีน-ลาว ที่เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 2021 ซึ่งเปลี่ยนลาวจากประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลให้กลายเป็น “ศูนย์กลางเชื่อมต่อ” ของภูมิภาคอาเซียน หรือท่าเรือกวาดาร์ในปากีสถาน ที่สร้างงานและรายได้ให้ประชาชนท้องถิ่นนับหมื่นคน โครงการเหล่านี้ช่วยให้ประเทศกำลังพัฒนา มีโอกาสเข้าถึงตลาดโลก และทำให้ความฝันเรื่องการหลุดพ้นจากความยากจนเป็นจริงได้มากขึ้น

ความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดประการหนึ่งของจีนคือ “การขจัดความยากจนขั้นรุนแรงภายในประเทศ” โดยนำประชาชนกว่า 800 ล้านคน หลุดพ้นจากความยากจน ตามเกณฑ์ของธนาคารโลก ระหว่างปี ค.ศ. 2012–2020 จีนได้ช่วยเหลือประชาชนอีกกว่า 100 ล้านคน ให้พ้นจากความยากจนสุดขีด ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 70% ของการลดความยากจนของโลกในช่วงเวลาเดียวกัน ความสำเร็จนี้มิได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มาจากนโยบายที่มุ่งเป้า เช่น การส่งเจ้าหน้าที่กว่า 3 ล้านคนไปประจำหมู่บ้านยากจน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ห่างไกล และการสร้างระบบประกันสังคมที่ครอบคลุม จีนได้แบ่งปันประสบการณ์นี้ผ่านเวทีระหว่างประเทศ เช่น การจัดตั้ง “ศูนย์ความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการลดความยากจน” และการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่จากประเทศกำลังพัฒนาหลายพันคนต่อปี ทำให้ประเทศต่างๆ ในแอฟริกา เอเชียใต้ และละตินอเมริกา สามารถนำบทเรียนไปปรับใช้กับบริบทของตนได้

ในเวทีโลก จีนได้แสดงบทบาทผู้นำด้านการรับมือ “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” โดยประกาศเป้าหมาย “คาร์บอนคู่” คือการปล่อยคาร์บอนถึงจุดสูงสุดภายในปี ค.ศ. 2030 และบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ. 2060 จีนเป็นผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์และกังหันลมรายใหญ่ที่สุดของโลก ทำให้ต้นทุนพลังงานทดแทนลดลงอย่างมาก และประเทศกำลังพัฒนาสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ในราคาที่จับต้องได้ โครงการพลังงานแสงอาทิตย์และลมในประเทศต่างๆ เช่น ปากีสถาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และบราซิล ล้วนได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและการลงทุนจากจีน นอกจากนี้ จีนยังร่วมมือกับนานาประเทศ ในการปลูกป่าและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ สะท้อนว่าความฝันเรื่องโลกที่ยั่งยืนมิใช่เรื่องของชาติใดชาติหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระดับโลก

จีนย้ำเสมอว่า “ความฝัน” ของตน จะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อโลกโดยรวมมีสันติภาพและเสถียรภาพ จีนจึงสนับสนุนระบบพหุภาคีและการปฏิรูประบบธรรมาภิบาลโลก ให้เป็นธรรมมากขึ้น จีนมีบทบาทในการไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง เช่น การเป็นเจ้าภาพเจรจาระหว่างซาอุดีอาระเบียและอิหร่าน ในปี ค.ศ. 2023 ซึ่งนำไปสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูต และการผลักดันความร่วมมือในกรอบ BRICS, SCO และ G20  จีนยังสนับสนุนการพัฒนาที่นำโดยประชาชนในประเทศต่างๆ โดยไม่แทรกแซงกิจการภายใน ซึ่งสร้างความไว้วางใจในหมู่ประเทศกำลังพัฒนา

การที่จีนชักนำชาวโลกสร้างฝันให้เป็นจริงนั้น มิใช่การบังคับหรือการครอบงำ หากแต่เป็นการชักชวนผ่าน 4 ตัวอย่างความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็น ข้อริเริ่มแถบและเส้นทาง การขจัดความยากจน พลังงานสีเขียว หรือ การทูตเพื่อสันติภาพ เป็นการแบ่งปันทรัพยากรและองค์ความรู้ สร้างความร่วมมือที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ สะท้อนแนวคิดที่ว่าความเจริญรุ่งเรืองของจีน ย่อมเชื่อมโยงกับความเจริญรุ่งเรืองของโลก อย่างไรก็ดี ความสำเร็จนี้ยังต้องเผชิญกับความท้าทาย ทั้งข้อกังวลเรื่องหนี้สินของประเทศผู้กู้ ความโปร่งใส และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่หากทุกฝ่ายร่วมมือกันด้วยเจตนาดี ความฝันร่วมของมวลมนุษยชาติ โลกที่มั่งคั่ง เป็นธรรม และยั่งยืน ก็มิใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

Latest Posts