วันพุธ, ตุลาคม 14, 2026
หน้าแรกต่างประเทศจีนวัดพลังสองขั้ว AI จีนมุ่ง "ผลผลิตจริง" ตะวันตกหมุนรอบ "มูลค่าหุ้น"

Related Posts

วัดพลังสองขั้ว AI จีนมุ่ง “ผลผลิตจริง” ตะวันตกหมุนรอบ “มูลค่าหุ้น”

“ในขณะที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคทองของปัญญาประดิษฐ์ ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจกำลังเกิดขึ้น นั่นคือการแยกออกเป็นสองเส้นทางอย่างชัดเจนระหว่างจีนกับสหรัฐฯและชาติตะวันตก จีนได้กำหนดนโยบาย “AI+” อย่างเป็นทางการในรายงานการทำงานของรัฐบาลปี 2024 โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการผสาน AI เข้ากับภาคการผลิตจริง ทั้งการผลิตอัจฉริยะ ห่วงโซ่อุปทาน เกษตรกรรม การแพทย์ และบริการสาธารณะ ส่วนตะวันตก มอง AI เป็นสินทรัพย์ทางการเงินและเรื่องเล่าตลาดทุน”

บทความโดย  สันติ ตั้งรพีพากร

สิ่งที่เห็นได้ชัดด้านปัญญาประดิษฐ์ของจีนคือ โรงงานอัจฉริยะ (Smart Factories) เกิดขึ้นทั่วประเทศ ทั้งในเสิ่นเจิ้น ซูโจว และฉงชิ่ง โดยใช้ AI ตรวจสอบคุณภาพ ควบคุมหุ่นยนต์ และพยากรณ์ความต้องการ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ศูนย์ข้อมูลคอมพิวติ้ง เซมิคอนดักเตอร์ และโมเดลภาษาเฉพาะอุตสาหกรรม โดยมีนโยบายรัฐหนุนเต็มที่ ผ่านการอุดหนุน การจัดซื้อภาครัฐ และการกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม เป้าหมายคือ Productivity จริง ไม่ใช่แค่ราคาหุ้น

จุดแข็งของจีนคือการมีฐานการผลิตขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้สามารถทดลอง ติดตั้ง และขยายผล AI ได้อย่างรวดเร็วในระดับที่ประเทศอื่นทำได้ยาก

ในทางกลับกัน ตลาดทุนตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐฯ กำลังหมุนรอบ “เรื่องเล่า AI” อย่างเข้มข้น หุ้น Nvidia, Microsoft, Google, Meta พุ่งสูงจากความคาดหวังต่อ AI การระดมทุนของสตาร์ทอัพ AI หลายแห่งมีมูลค่าสูงลิ่วโดยยังไม่มีรายได้จริง เกิดปรากฏการณ์ “AI bubble” ที่นักวิเคราะห์หลายสำนักเริ่มเตือน ขณะที่การลงทุนมุ่งไปที่โมเดลขนาดใหญ่และการแข่งขันด้าน compute มากกว่าการแก้ปัญหาในโรงงาน

แม้สหรัฐฯ จะมีนวัตกรรมพื้นฐานที่แข็งแกร่ง แต่การแปลงเป็น productivity ในภาคการผลิตจริงยังช้ากว่าจีนอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากโครงสร้างอุตสาหกรรมที่ย้ายฐานการผลิตออกไปนานแล้ว

ความแตกต่างนี้สะท้อนปรัชญาการพัฒนา 2 แบบ คือ จีนใช้ AI เป็นเครื่องมือยกระดับเศรษฐกิจ  (Real Economy) ส่วนตะวันตก ใช้ AI เป็นสินทรัพย์ทางการเงินและเรื่องเล่าตลาดทุน

สำหรับประเทศอย่างไทยและอาเซียน บทเรียนสำคัญคือการไม่หลงไปกับกระแสความนิยมของตลาดทุน แต่ควรมองว่า AI จะช่วยยกระดับ SMEs โรงงาน และภาคบริการของตนได้อย่างไร เหมือนที่จีนกำลังทำ

ในท้ายที่สุด คำถามไม่ใช่ว่าใครเก่งกว่า แต่เป็นว่าใครจะเปลี่ยน AI ให้เป็น “ผลผลิตจริง” ได้เร็วกว่า ในเกมนี้ จีนดูเหมือนกำลังวิ่งอยู่ในสนามที่ต่างจากตะวันตกอย่างสิ้นเชิง

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

Latest Posts