วันอังคาร, พฤศจิกายน 3, 2026
หน้าแรกต่างประเทศจีน300 นักวิทย์หัวกะทิ-โนเบล บุก...เซี่ยงไฮ้ ผ่าทางรอดวิกฤตโลก

Related Posts

300 นักวิทย์หัวกะทิ-โนเบล บุก…เซี่ยงไฮ้ ผ่าทางรอดวิกฤตโลก

“การประชุมสุดยอดนักวิทยาศาสตร์โลกประจำปี 2026 (World Laureates Forum : WLF ) จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์หลินกั่ง (Lingang Science Center) นครเซี่ยงไฮ้ โดยมีนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลและรางวัลระดับโลกสาขาต่างๆ กว่า 300 คน จากกว่า 40 ประเทศเข้าร่วม พร้อมด้วยนักวิจัยรุ่นใหม่และตัวแทนภาคอุตสาหกรรม การประชุมปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “วิทยาศาสตร์เปิดกว้าง เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” มุ่งเน้นการหารือเกี่ยวกับความก้าวหน้าล้ำสมัยและการแก้ปัญหาความท้าทายระดับโลก อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัญญาประดิษฐ์ และสุขภาพโลก”

บทความโดย สันติ ตั้งรพีพากร

การประชุมสุดยอดนักวิทยาศาสตร์โลก เกิดขึ้นจากแนวคิดริเริ่มของ ศาสตราจารย์โรเจอร์ คอร์นเบิร์ก นักชีวเคมีชาวอเมริกัน ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปี 2006 และนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลอีกหลายท่าน ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างเวทีระดับโลกสำหรับการแลกเปลี่ยนทางวิทยาศาสตร์โดยไม่มีพรมแดนทางการเมือง มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลกเข้ากับนักวิจัยรุ่นใหม่ และส่งเสริมความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์เพื่อแก้ปัญหาความท้าทายระดับโลก

แนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันจาก สมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Association for Science and Technology) และรัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งต้องการผลักดันให้เซี่ยงไฮ้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ระดับโลก

การประชุมปีนี้ มีทั้งการปาฐกถาหลัก (Keynote Lectures) การเสวนาแบบคณะ (Panel Discussions) และการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshops) โดยประเด็นสำคัญที่มีการนำมาพูดคุยกันคือ ปัญญาประดิษฐ์เพื่อมนุษยชาติ โดยที่ประชุมได้หารือถึงกรอบจริยธรรมและการกำกับดูแล AI โดยเฉพาะประเด็น AI เพื่อการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ (AI for Science) และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น พร้อมเสนอให้มีการจัดตั้ง “คณะทำงานร่วมระดับนานาชาติว่าด้วยธรรมาภิบาล AI” ภายใต้การสนับสนุนขององค์การสหประชาชาติ

อีกเรื่องหนึ่งที่การประชุมให้ความสำคัญคือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงานสะอาด  นักวิทยาศาสตร์ได้นำเสนอความก้าวหน้าในเทคโนโลยีการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) และพลังงานฟิวชัน ซึ่งมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในปีที่ผ่านมา ที่ประชุมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ประเทศกำลังพัฒนา

ขณะที่ปัญหาสุขภาพโลกและชีววิทยาศาสตร์ มีการอภิปรายเกี่ยวกับวัคซีน mRNA สำหรับโรคเรื้อรังและการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) พร้อมข้อตกลงความร่วมมือในการจัดตั้งเครือข่ายวิจัยโรคอุบัติใหม่ระดับโลก รวมถึงการปาฐกถาพิเศษเกี่ยวกับความก้าวหน้าด้านฟิสิกส์ควอนตัมและวัสดุศาสตร์ ซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในทศวรรษหน้า

ผลลัพธ์ที่สำคัญของการประชุมครั้งนี้ ได้แก่ การลงนามใน “ปฏิญญาหลินกั่งว่าด้วยความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์เปิด” (Lingang Declaration on Open Science Cooperation) ซึ่งมีสาระสำคัญคือ การสนับสนุนการเข้าถึงข้อมูลงานวิจัยแบบเปิด (Open Access) การเคลื่อนย้ายนักวิจัยอย่างเสรี และการจัดตั้งกองทุนร่วมเพื่อสนับสนุนงานวิจัยพื้นฐานในประเทศกำลังพัฒนา

นอกจากนี้ ยังมีการประกาศความร่วมมือระหว่างศูนย์วิทยาศาสตร์หลินกั่งกับสถาบันวิจัยชั้นนำจากยุโรปและสหรัฐอเมริกา ในการจัดตั้ง “ศูนย์วิจัยปัญญาประดิษฐ์และสุขภาพระดับโลก” ประจำกรุงเซี่ยงไฮ้ เพื่อเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์

การประชุมสุดยอดนักวิทยาศาสตร์โลกประจำปี 2026 ณ ศูนย์หลินกั่ง ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการสร้างเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับโลก และตอกย้ำบทบาทของเซี่ยงไฮ้ในฐานะศูนย์กลางนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ของเอเชีย

ปัจจุบัน WLF ถือเป็นหนึ่งในการประชุมทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของโลก มีบทบาทในการ สร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับโลก ระหว่างนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำและสถาบันวิจัย ส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่ ผ่านกิจกรรมพบปะนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล ผลักดันวาระวิทยาศาสตร์ระดับโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สุขภาพโลก และธรรมาภิบาล AI เสริมสร้างภาพลักษณ์ของเซี่ยงไฮ้และจีน ในฐานะผู้เล่นสำคัญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับโลก

ปฏิญญาหลินกั่งและความร่วมมือที่เกิดขึ้น จะช่วยผลักดันให้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน สำหรับทุกคนบนโลกต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

Latest Posts