ที่นี่ สหรัฐอเมริกา วันพุธที่ 31 มีนาคม

0
9

ผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 109.7 ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มเกิดการระบาดของโควิด-19 ในเดือนมีนาคม 2563 จากระดับ 90.4 ในเดือนกุมภาพันธ์ และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 96.9 ดัชนีความเชื่อมั่นดีดตัวขึ้น หลังมีการฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในวงกว้าง
ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเป็นการสำรวจมุมมองของผู้บริโภค และความเชื่อมั่นต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และในช่วง 6 เดือนข้างหน้า, สถานะการเงินส่วนบุคคล และการจ้างงาน

ผลสำรวจของเอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส ชิลเลอร์ ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐพุ่งขึ้น 11.2% ในเดือนมกราคม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2020 ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 7 ปี ส่วนดัชนีราคาบ้านใน 19 เมืองของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.1% ในเดือนมกราคม (ดีทรอยท์ไม่ได้ถูกรวมในดัชนี) ราคาบ้านเพิ่มขึ้นสูงสุดในเมืองฟีนิกซ์, ซีแอตเติล และซาน ดิเอโก
ราคาบ้านได้รับแรงหนุนจากดีมานน์ที่แข็งแกร่งของผู้ซื้อบ้าน, สต็อกบ้านที่ตึงตัว และอัตราดอกเบี้ยจำนองที่ระดับต่ำ

The New York Times รายงานว่าวันที่ 30 มีนาคมวุฒิสภารัฐนิวยอร์( the state Senate) ลงมติ 40-23 ผ่านร่างกฎหมายกัญชาให้ถูกกฎหมาย ต่อมาเย็นวันเดียวกันสภานิติบัญญัติแห่งรัฐนิวยอร์ก(the state Assembly) ลงมติ 100-49 ผ่านร่างกฎหมายฉบับเดียวกัน เชื่อว่านายแอนดรูว์ คัวโม ผู้ว่าการรัฐจะลงนามให้มีผลบังคับใช้ทันที
กฎหมายกัญชาที่ผ่านสภาฯจะถูกกฎหมายในรัฐเกี่ยวกับการจำหน่าย,การเสพเพื่อความอภิรมย์ ปัจจุบันรัฐนิวยอร์กอนุญาตให้ใช้กัญชาได้ทางการแพทย์เท่านั้น รัฐนิวยอร์กจะมีคณะกรรมการควบคุมกัญชา 5 คน (A five-member control board ) จะดูเกี่ยวกับอุตสาหกรรมกัญชาและผลประโยชน์ของรัฐ โดยรายย่อยจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มกล่าวคือกลุ่มผู้ปลูกและดำเนินการ (growers and processors) จะถูกห้ามไม่ให้เป็นเจ้าของร้านย่อยจำหน่ายกัญชา ,ประชาชนทั่วไปสามารถปลูกได้ไม่เกิน 12 ต้น,
รัฐจะมอบให้ประชาชนที่ตกอยู่ในความยากลำบากทางเศรษฐกิจเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ปลูกเช่นชนกลุ่มน้อย(คนดำ,คนละตินอเมริกา,ชาวเอเชีย) ,สตรีและเกษตรกร
ส่วนภาษีจะจัดเก็บขึ้นอยู่กับประเภทของผลิตภัณฑ์และระดับของ Tetrahydrocannabinol (THC) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ผู้ใช้”พี้”ขนาดไหน
นิวยอร์กจะเป็นรัฐที่ 16 ของสหรัฐ (รวม วอิชิงตันดี.ซี.)ในการอนุญาตให้ใช้กัญชาอย่างถูกกฎหมายและเป็นรัฐที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ 19.5 ล้านคน(ด้านกัญชา) รองจากรัฐแคลิฟอร์เนีย 39.51 ล้านคน รัฐอิลลินอยส์ 12.6 ล้านคน
(ประชากรสหรัฐ ณ เดือนกรกฎาคม 2019 (ประมาณการ)มีดังนี้ 1. California 39,512,223 ราย,2. Texas 28,995,881 ราย, 3.Florida 21,477,737 ราย และ 4.New York 19,453,561 ราย)

สตรีเอเชี่ยนวัย 65 ปีถูกชายร่างใหญ่ทำร้ายเมื่อเวลา 11.40 น.วันจันทร์ที่ 29 มีนาคมเหตุเกิดที่ 300 บล้อคของ West 43rd Street ด้านหน้าอพาร์ตเมนต์หรูหรา นครนิวยอร์ก เธอล้มลงพื้นแล้วยังถูกเตะที่ศีรษะอีกหลายครั้งแถมยังก่นด่าคนเอเชีย อย่างน้อยมี 3 คนในตึกอพาร์ตดเมนต์ที่เห็นเหตุการณ์ก็ไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือแถมยังปิดประตูหนีอีกต่างหาก ทั้งนี้ภาพต่างๆปรากฎจากวิดีโอวงจรปิด (surveillance video)ด้านหน้าอพาร์ตเมนต์ NYPD Hate Crimes Task Force กำลังสอบสวนและหาคนผิดมาลงโทษ
ตำรวจออกคำแถลงว่า “เหยื่อได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกนำส่งโรงพยาบาล NYU Langone” เธอออกจากโรงพยาบาลเมื่อวันอังคารที่ 30 มีนาคม ตำรวจส่งรูปคนร้ายไปทั่วเชื่อว่าน่าจะมีคนเห็นรู้จักเขาและแจ้งเบาะแสให้ตำรวจได้
เมื่อช่วงเช้าวันอังคารที่ 30 มีนาคม Brodsky Organization ซึ่งเป็นบริษัท บริหารจัดการอพาร์ตเมนต์สุดหรูกล่าวในแถลงการณ์ที่โพสต์บนอินสตาแกรมว่า “ขอประณามความรุนแรงทุกรูปแบบ,การเหยียดสีผิว,ความเกลียดกลัวชาวต่างชาติและความรุนแรงต่อชุมชนชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย” บริษัทเปิดเผยว่าสั่งพักงานเจ้าหน้าที่รปภ.ที่เห็นเหตุการณ์ บริษัทได้ร่วมกับ สหภาพแรงงานสอบสวนเรื่องนี้


สำนักข่าวเอ.พี.รายงานว่าภายหลังจากวันที่ 16 มีนาคมมีการสังหารในสปา 3 แห่งที่แอตแลนต้าและนอกเมืองมีผู้เสียชีวิต 8 ในจำนวนนี้ 6 คนเป็นสตรีชาวเอเชีย จากนั้นเงินบริจาคก็ระดมเข้ามาจำนวนมาก ล่าสุดมีการบริจาครวม 25.8 ล้านดอลลาร์จากองค์กรการกุศลและบริษัทเกือบ 30 แห่ง ก่อนการโจมตีมีการบริจาคให้ Asian American and Pacific Islander( AAPI) เพียง $595,000 นอกจากนี้ยังมีกลุ่มย่อยที่บริจาคโดยตรงไปยังครอบครัวของเหยื่อทั้งหมด
รายงานว่าเงินจำนวนมากที่สุดมาจากบริษัทโทรคมนาคม Verizon บริจาค 15 ล้านดอลลาร์ โดยแยกเป็น 5 ล้านมอบให้กับกลุ่มเพื่อสิทธิพลเมืองที่ดำเนินการด้านกฎหมาย Asian Americans Advancing Justice,กลุ่มปากเสียงของชาวเอเชีย National Council of Asian Pacific Americans,กลุ่มที่สนับสนุนด้านการค้าแก่ชาว AAPI = the Asian/Pacific Islander American Chamber of Commerce and Entrepreneurship.
สำหรับบริษัทอาทิเช่น PlayStation, Tarte Cosmetics และ Sephora ประกาศว่าจะช่วยสนับสนุนทางการเงินแต่ยังไม่ได้ระบุจำนวน
มีรายงานว่ากลุ่ม activists ระบุว่าความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นคนพูดซ้ำเรื่องโควิดว่า the “China virus” และ “kung flu,” ถือเป็นผู้แจกจ่ายและเพิ่มเติม anti-Asian hate crimes ขึ้นมา

ทีมงานของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ยืนยันเมื่อวันอังคารที่ 30 มีนาคม 2021 ถึงมาตรการต่อต้านอาชญากรรมจากความเกลียดชังชาวเอเชีย รวมถึงการจัดสรรงบช่วยเหลือ 49.5 ล้านดอลลาร์ จากเงินบรรเทาทุกข์โควิด-19 ให้กับชุมชนในอเมริกาเพื่อช่วยเหลือเหยื่อจากเหตุความรุนแรงจากความเกลียดชังผู้คนเชื้อสายเอเชียโดยเฉพาะ รวมทั้งการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการใหม่ที่มุ่งเน้นการต่อต้านความเกลียดชังคนเชื้อสายเอเชียในระบบสาธารณสุขของสหรัฐฯ ด้วย
ในแถลงการณ์ของทำเนียบขาว ยังระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ให้ความสำคัญต่ออัตราการเกิดอาชญากรรมจากความเกลียดชังที่พุ่งเป้าไปที่ชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียอย่างยิ่ง และเตรียมบังคับใช้กฎหมายต้านอาชญากรรมจากความเกลียดชัง รวมทั้งจัดทำรายงานเฉพาะเกี่ยวกับคดีในลักษณะนี้เพิ่มเติมด้วย
ประธานาธิบดีไบเดน ทวีตข้อความว่า เราไม่อาจนิ่งเฉยในช่วงเวลาที่การใช้ความรุนแรงต่อชาวเอเชียนอเมริกันที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ “การก่อเหตุรุนแรงเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผิด ผิดวิสัยความเป็นอเมริกัน และการกระทำเหล่านี้ควรยุติลงเสียที”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here