วันพฤหัสบดี, กุมภาพันธ์ 12, 2026

ก.ทรัพย์ฯ ปลดล็อคแผ่นดิน 12.5 ล้านไร่

“…ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ประชาชนจำนวนมหาศาลต้องใช้ชีวิตอยู่ใต้เงามืดของคำว่า “ผู้บุกรุก” พวกเขาถูกตราหน้าว่าทำผิดกฎหมาย เพียงเพราะความขัดสนและทางเลือกที่จำกัดในการหาเลี้ยงชีพ ณ วันนี้ ผืนป่าสงวนแห่งชาติรวมกว่า 12.5 ล้านไร่ กำลังถูกรัฐบาลใช้เป็นเดิมพันสุดท้ายในการแก้ไขความขัดแย้งที่ฝังรากลึก ด้วยมติคณะรัฐมนตรีปี 2561 โดยมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดพร้อมเป็นแม่งานขับเคลื่อน เพื่อเปลี่ยนสถานะจาก “ผิดกฎหมาย” ให้เป็น “ถูกกฎหมาย” และที่สำคัญที่สุดคือ เพื่อป้องกันไม่ให้นายทุนทั้งไทยและเทศเข้ามาครอบครองพื้นที่เหล่านี้ โดยใช้กลไกการห้ามซื้อขายตลอดไป นี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของประวัติศาสตร์การจัดการที่ดินของชาติ…”

“คนเราไม่มีเงินอยู่ได้ ถ้าเรามีที่ เราสามารถใช้ที่นั้นทำมาหากินได้ ประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเองได้… อยากให้ย้อนไปนึกถึงตอนที่เกิดโควิด หรือว่าเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ คนที่อยู่ในเมืองทุกคน ลูกหลานกลับไปสู่บ้านหมด”

จุดพลิกผันที่สำคัญที่สุดเกิดขึ้นในปี 2561 เมื่อมติ ครม. 26 พ.ย. 61 ได้ถือกำเนิดขึ้น เจตนารมณ์หลักคือการแก้ไขปัญหาที่ทำกินและที่อยู่อาศัยในพื้นที่ของรัฐอย่างเบ็ดเสร็จ ไม่ใช่แค่กรมป่าไม้ รัฐต้องการ “ขีดเส้นและบล็อกไว้” ว่าประชาชนที่อยู่ผิดกฎหมายเดิมสามารถทำให้ถูกกฎหมายได้ ภายใต้โครงการ คทช. (โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล) โดยจำกัดพื้นที่ไม่เกิน 20 ไร่ และสิทธิที่ได้รับนั้นสามารถตกทอดเป็นมรดกได้ แต่มีข้อแม้ที่เด็ดขาดคือ ห้ามซื้อขาย จ่ายโอน แลกเปลี่ยน หรือปล่อยเช่าโดยเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม การเผชิญหน้ากับความจริงเปิดเผยถึงความล้มเหลวในช่วงแรก พื้นที่กลุ่มที่ 2 (ลุ่มน้ำ 3-5 อยู่ระหว่างปี 45-57) ใช้เวลากว่า 4 ปี (62-66) ในการดำเนินงาน สำเร็จเพียง 774 ไร่ จาก 3.7 ล้านไร่ นี่คือหลักฐานของระบบราชการที่เชื่องช้า ซึ่งทำให้ชาวบ้าน “เสียโอกาส” และ “เกิดความเหลื่อมล้ำสูง”

แต่เมื่อผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งเร่งรัด กรมป่าไม้จึงปรับกระบวนการครั้งใหญ่ โดยเปลี่ยนจากการขออนุญาตผ่านผู้ว่าฯ หรือท้องถิ่น (มาตรา 16) มาใช้มาตรา 19 ที่ให้อำนาจแก่อธิบดีกรมป่าไม้โดยตรง และนี่คือหัวใจของการปฏิรูป: ท่านอธิบดีได้ตัดสินใจ กระจายอำนาจ การอนุมัติจากศูนย์กลาง (ส่วนกลาง) ไปสู่ผู้อำนวยการสำนักจัดทรัพยากรป่าไม้ในภูมิภาค การเปลี่ยนแปลงนี้เหมือนการปลดล็อก จากที่เคยล่าช้า ในปีเดียวสามารถทำเพิ่มได้ถึง 440,000 ไร่ในกลุ่มที่ 2 และ 1.2 ล้านไร่ในกลุ่มลุ่มน้ำ 1-2

ด้วยการเร่งรัดเชิงนโยบาย พื้นที่ทั้ง 4 กลุ่มเป้าหมายถูกกำหนดให้สำรวจและอนุญาตแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปีงบประมาณ 2569 แม้จะยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดิน แต่รัฐได้มอบ “สมุดประจำตัวผู้ได้รับอนุญาต” เพื่อยืนยันความถูกต้องตามกฎหมาย และเพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้าในการผลิตสมุดเล่มจริง กรมป่าไม้ได้พัฒนา “สมุดดิจิทัล” (RFD Book)

สมุดดิจิทัลนี้คืออาวุธสำคัญของประชาชน: เพียงแค่พิมพ์เลขบัตรประชาชนในแอปพลิเคชัน ก็จะปรากฏหน้าสมุดที่มีชื่อ พิกัดแปลง และขนาดพื้นที่ ทำให้พวกเขาสามารถใช้เอกสารนี้ในการติดต่อราชการ หรือขอรับความช่วยเหลือจากรัฐได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดอุตรดิตถ์ เกษตรกรที่ปลูกทุเรียน (หลง-หลินลับแล) ได้ใช้สมุดดิจิทัลนี้เพื่อขอรับรอง GAP (Good Agricultural Practice) สำหรับการส่งออกได้สำเร็จ ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นจริง
[ภาพ: ข้อความบนจอ (คำพูดเด่นที่ 2)]

“ถึงแม้ท่านยังไม่ได้รับสมุดดิจิทัล… ไม่ต้องกังวลฮะ เพราะระบบฐานข้อมูลนี้ คือผู้บังคับใช้กฎหมายก็คือเจ้าหน้าที่ป่าไม้… ถ้าท่านมั่นใจว่าอยู่ก่อนปี 2557 ท่านก็ไม่ต้องกังวลใจ”

บทเรียนและคำเตือนสุดท้าย:

รัฐได้ยื่น “โอกาสครั้งสุดท้าย” ให้แก่ประชาชนผู้ยากไร้ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างกำแพงเหล็กเพื่อสกัดกั้นนายทุน ระบบการตรวจสอบของกรมป่าไม้จะดำเนินการอย่างเข้มงวด โดยเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่และให้ผู้ครอบครองมา แสดงตนเป็นระยะ พร้อมถ่ายรูปอัปโหลดขึ้นแอปพลิเคชัน หากมีการซื้อขายหรือเป็นนอมินี ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว การตรวจสอบก็จะพบความผิด และสิทธิในการทำกินที่ได้รับจากรัฐก็จะถูกเพิกถอนไปตลอดกาล นี่คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนที่สุด: ที่ดินผืนนี้คือหลักประกันชีวิตที่ต้องตกทอดสู่ลูกหลาน ห้ามนำไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินตรา เพื่อให้มั่นใจว่าการแก้ไขปัญหานี้จะ “ไม่ตกอยู่ในมือของนายทุน”

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

ปปง. เชือดบิ๊กดีลต้นปี! สั่งยึดทรัพย์ 1.1 พันล้าน

ปปง. เชือดบิ๊กดีลต้นปี! สั่งยึดทรัพย์ 1.1 พันล้าน ทลายเครือข่าย “อดีตเจ้าอาวาสดัง - หมอดูฮวงจุ้ย - ทุนจีนสีเทา” ฟอกเงินสะท้านวงการ “...คุณเคยสงสัยไหมว่า เงินบริจาคที่คุณหย่อนลงตู้ด้วยใจบริสุทธิ์ หรือเงินค่าดูดวงแก้กรรมที่คุณโอนไปด้วยความหวัง สุดท้ายแล้วมันเดินทางไปที่ไหน? คำตอบอาจน่ากลัวกว่าที่คุณคิด เพราะมันไม่ได้ถูกนำไปสร้างบุญกุศล แต่อาจกำลังถูกแปรสภาพเป็นรถหรู ที่ดิน และเงินฝากในบัญชีของ “ขบวนการฟอกเงิน” ที่แฝงตัวมาในคราบนักบุญและนักธุรกิจ นี่ไม่ใช่พล็อตหนังอาชญากรรม แต่คือความจริงที่ถูกกระชากหน้ากากออกมา เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้เปิดเผยเส้นทางเงินกว่า 1,148 ล้านบาท ที่ถูกสกัดจับได้คาหนังคาเขา เผยให้เห็นเนื้องอกร้ายที่ลุกลามกัดกินตั้งแต่ “วัดดัง” ไปจนถึงหน้าจอโทรศัพท์มือถือของคุณ...” วิกฤตศรัทธา :...

ลุงป้อมยังไม่จบ ถอยคือภาพลวงเกมสวน พปชร.ขาลง

ลุงป้อมถอย หรือแค่รอจังหวะสวน? ฟังคำตอบจากปาก 'รัชฏะ' ผู้สมัครหน้าใหม่ที่กล้าเดิมพันหมดหน้าตักกับ "พลังประชารัฐ" “...ลืมภาพจำอันเงียบสงบไปก่อน เพราะวันนี้เสียงที่เคยถ่ายทอดธรรมะในบทบาท "ผู้พากษ์เสียงพระพุทธเจ้า" กำลังก้าวเข้าสู่ดงกระสุนตกทางการเมือง! ท่ามกลางกระแสข่าวลือหนาหูเรื่อง "เลือดไหลออก" ของพรรคพลังประชารัฐ และคำถามตัวโตๆ ว่า "ลุงป้อม" ยังไหวไหม? นายรัชฏะ สมรทินกร ตัดสินใจเดินสวนกระแส ยื่นใบสมัคร สส. กทม. ในนามพรรคที่หลายคนมองข้าม ด้วยเหตุผลเดียวที่ฟังแล้วต้องสะอึก... คือการทนเห็น "ผู้มีพระคุณ" ถูกหักหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ได้ นี่คือคำประกาศรบของคนตัวเล็กๆ ที่เชื่อมั่นในตัวพี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์แบบสุดหัวใจ...” 💙 จากไมค์ทองคำ สู่สนามเลือกตั้งเขต 14 ใครจะไปคิดว่า อดีตสื่อมวลชนและนักพากย์เสียงอนิเมชั่นพระพุทธเจ้า (ปี 2550) อย่าง นายรัชฏะ สมรทินกร จะกระโดดลงสนามการเมืองเต็มตัว...

จีน “โตตามธรรมชาติ”“ด้วยความมานะบากบั่น”และ “อัจฉริยภาพของตนเอง”

“….ประเทศจีนใหม่นาม"สาธารณรัฐประชาชนจีน" ได้รับการสถาปนาขึ้นมาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม คศ.1949 และเมื่อจีนเปิดประเทศเชื่อมตัวเองเข้ากับระบบโลกและปฏิรูปตัวเอง พวกเขาก็จะไม่รีรอที่จะทุ่มเทสรรพกำลังสร้างปาฏิหารย์ให้เห็นเป็นประจักษ์ เพียง 47 ปีหลังจากเปิดประเทศและปฏิรูป อาศัยความมานะบากบั่นและอัจฉริยภาพของตนเอง มิใช่จากการรุกรานยึดครองหรือปล้นสะดมภ์เช่นกลุ่มประเทศมหาอำนาจตะวันตก ที่กระทำกันเป็นประเพณีนับตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม ปัจจุบันนี้จีนก็สามารถสร้างสิ่งใหม่ๆขึ้นได้มากกว่าทุกประเทศรวมกัน และกำลังจะสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่คนทั่วไปคิดไม่ถึงขึ้นมาอีกจำนวนมาก จีนเตรียมพร้อมส่งคนลงดวงจันทร์และสร้างฐานวิจัยบนดวงจันทร์อย่างแน่นอนแล้วภายในปีคศ.2028 ตระเตรียมแผนสร้างเครื่องเหวี่ยงความเร็วสูงบนดวงจันทร์ สำหรับลำเลียงธาตุฮีเลียม 3 กลับสู่โลก โดยไม่ต้องใช้ยานอวกาศขนส่ง ซึ่งธาตุฮีเลียม 3 เป็นเชื้อเพลิงชั้นเยี่ยมเพียงหนึ่งเดียวของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชั่นหรือ"ดวงอาทิตย์เทียม" มีมากบนผิวดวงจันทร์ ขณะที่หาแทบไม่ได้เลยบนผิวโลก อีกทั้งจีนกำลังจะเริ่มทดลองผลิตกระแสไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์เทียมในปี 2030 นี้ จังหวะเวลาของโครงการทั้งสองนี้จึงตรงกันพอดี มนุษย์เราก็จะหลุดพ้นจากความขาดแคลนพลังงานทันที ตามปณิธานสูงสุดของประธานาธิบดีสีจิ้นผิงที่ว่า ชาวโลกทั้งผองจงมาร่วมกันสร้างประชาคมโลกที่มวลมนุษยชาติมีอนาคตร่วมกัน…” โตตามธรรมชาติ自然壮大 เส้นทางเติบโตของจีนยุคใหม่ เป็นไปตามเหตุปัจจัยหรือธรรมชาติของความเป็นจีน อาศัยความมานะบากบั่นและอัจฉริยภาพของตนเอง มิใช่จากการรุกรานยึดครองหรือปล้นสะดมภ์เช่นกลุ่มประเทศมหาอำนาจตะวันตก ที่กระทำกันเป็นประเพณีนับตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม เส้นทางดังกล่าวของจีน ไม่เพียงได้พาจีนมาถึงจุดสูงยิ่งของจีนเท่านั้น หากแต่ยังจะพาทั้งโลกก้าวตามไปด้วย...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.