วันอาทิตย์, มีนาคม 1, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมปปง. เชือดบิ๊กดีลต้นปี! สั่งยึดทรัพย์ 1.1 พันล้าน

Related Posts

ปปง. เชือดบิ๊กดีลต้นปี! สั่งยึดทรัพย์ 1.1 พันล้าน

ปปง. เชือดบิ๊กดีลต้นปี! สั่งยึดทรัพย์ 1.1 พันล้าน ทลายเครือข่าย “อดีตเจ้าอาวาสดัง – หมอดูฮวงจุ้ย – ทุนจีนสีเทา” ฟอกเงินสะท้านวงการ

“…คุณเคยสงสัยไหมว่า เงินบริจาคที่คุณหย่อนลงตู้ด้วยใจบริสุทธิ์ หรือเงินค่าดูดวงแก้กรรมที่คุณโอนไปด้วยความหวัง สุดท้ายแล้วมันเดินทางไปที่ไหน? คำตอบอาจน่ากลัวกว่าที่คุณคิด เพราะมันไม่ได้ถูกนำไปสร้างบุญกุศล แต่อาจกำลังถูกแปรสภาพเป็นรถหรู ที่ดิน และเงินฝากในบัญชีของ “ขบวนการฟอกเงิน” ที่แฝงตัวมาในคราบนักบุญและนักธุรกิจ นี่ไม่ใช่พล็อตหนังอาชญากรรม แต่คือความจริงที่ถูกกระชากหน้ากากออกมา เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้เปิดเผยเส้นทางเงินกว่า 1,148 ล้านบาท ที่ถูกสกัดจับได้คาหนังคาเขา เผยให้เห็นเนื้องอกร้ายที่ลุกลามกัดกินตั้งแต่ “วัดดัง” ไปจนถึงหน้าจอโทรศัพท์มือถือของคุณ…”

วิกฤตศรัทธา : เมื่อ “นักบุญ” กลายเป็น “นายทุน”

เรื่องที่น่าสะเทือนใจที่สุดในการแถลงข่าวครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ตัวเลขความเสียหาย แต่คือ “ตัวละคร” ที่เกี่ยวข้อง ปปง. ได้เปิดแผลเน่าเฟะของวงการ “พุทธพาณิชย์” และ “สายมู” ที่หากินกับความเชื่อของคนไทยอย่างเลือดเย็น

จากการตรวจสอบเชิงลึก พบพฤติการณ์ที่ทำกันเป็นขบวนการ:

  • เคสอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ (พระราชวิสุทธิประชานาถ): ร่วมมือกับฆราวาส แสดงตนรับบริจาค ออกใบอนุโมทนาบัตรดูน่าเชื่อถือ แต่เบื้องหลังคือการ เบียดบังทรัพย์” ไปใช้ส่วนตัว

  • เคสหมอดูตี่ลี่ ฮวงจุ้ย: อาศัยความดัง หลอกลวงประชาชนจนกลายเป็น “ปกติธุระ” แล้วนำเงินไปฟอกต่อ

นี่คือการฟอกเงินบนความศรัทธา… เงินที่คุณคิดว่าทำบุญ กลับกลายเป็นทุนให้มิจฉาชีพเสวยสุข”

ทรัพย์สินที่ถูกยึดจากกลุ่มนี้:

  • รวมมูลค่ากว่า 184 ล้านบาท
  • รายการทรัพย์สิน: เงินสด, รถหรู, สินค้าแบรนด์เนม, ที่ดิน

ภัยเงียบออนไลน์ : บ่อนพนันและแก๊งไฮบริดที่ “สูบเลือด” คนไทย

ในขณะที่กลุ่มหนึ่งหากินกับความเชื่อ อีกกลุ่มหนึ่งก็กำลังรุกคืบผ่านหน้าจอโทรศัพท์ ข้อมูลจากการแถลงข่าวชี้ชัดว่า เว็บพนันออนไลน์” และ แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ยังคงเป็นท่อน้ำเลี้ยงใหญ่ของอาชญากรรมข้ามชาติ

สิ่งที่น่าตกใจคือความเชื่อมโยงของเครือข่ายที่ซับซ้อน:

  • เครือข่าย 888 (888point, gimi888, autowin888): ไม่ใช่แค่เว็บเดียว แต่แตกหน่อเป็นดอกเห็ด ทำกันเป็นระบบบริษัท
  • ทุนข้ามชาติ (จีน-กัมพูชา): กรณี “นายทวีศักดิ์” ที่มีเส้นทางเงินโยงใยไปถึง “ลี ยงพัด” และกลุ่มทุนจีนเทา สะท้อนว่านี่ไม่ใช่โจรต๊อกต๋อย แต่เป็นองค์กรอาชญากรรมระดับภูมิภาค

สถิติของกลางที่ยึดได้ (เฉพาะกลุ่มพนัน/หลอกลวง):

  • กลุ่มพนันออนไลน์: ยึดทรัพย์กว่า 402 ล้านบาท (ทั้งเงินสด, ทองคำ, ที่ดิน)
  • กลุ่มหลอกลงทุน/แก๊งคอลเซ็นเตอร์: ยึดทรัพย์กว่า 354 ล้านบาท

แสงสว่างปลายอุโมงค์ : ปฏิบัติการคืนเงินเหยื่อ

ท่ามกลางความมืดมน ยังมีข่าวดีเล็ก ๆ สำหรับผู้เสียหาย ในครั้งนี้ ปปง. ไม่ได้แค่ยึดเงินเข้าหลวง แต่มีการส่งเรื่องให้ศาลสั่ง คืนทรัพย์สินให้ผู้เสียหาย” ซึ่งเป็นมาตรการที่หลายคนรอคอย

ใครบ้างที่มีสิทธิ์ได้เงินคืน?

  • เหยื่อคดีลักทรัพย์ (รายนายสุรเชษฐ์ฯ และ นายยงยุทธฯ)
  • เหยื่อแก๊งไฮบริดสแกม (รายนางสาววาสนาฯ)

ตัวเลขการเยียวยา:

  • มูลค่าทรัพย์สินที่จะนำมาเฉลี่ยคืน: ประมาณ 127 ล้านบาท

แม้จะไม่ใช่ยอดทั้งหมดที่เสียไป แต่อย่างน้อยก็เป็นสัญญาณว่ารัฐเริ่มโฟกัสที่การ “บรรเทาทุกข์” มากกว่าแค่การ “ปราบปราม”

ตัวเลข 1,148 ล้านบาทที่ ปปง. แถลงออกมาเมื่อวันที่ 14 มกราคม อาจดูมหาศาลสำหรับคนหาเช้ากินค่ำ แต่คำถามสำคัญที่สังคมต้องช่วยกันตะโกนถามต่อคือ นี่คือทั้งหมดแล้ว หรือเป็นเพียงแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง?”

เมื่อคนในเครื่องแบบผ้าเหลือง และคนที่มีหน้ามีตาในสังคม กลายเป็นฟันเฟืองของอาชญากรรมเสียเอง เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ยังไม่มี “ตัวใหญ่” กว่านี้ที่หลุดรอดสายตาไป?

การยึดทรัพย์คือการตัดท่อน้ำเลี้ยง แต่ถ้า “ต้นตอ” ของอำนาจมืดและความหละหลวมในการตรวจสอบยังไม่ถูกแก้ไข พรุ่งนี้… ก็แค่จะมีชื่อแก๊งใหม่ผุดขึ้นมาโกงเงินคุณอีกครั้ง.

คุณล่ะ… พร้อมจะตรวจสอบก่อนโอน หรือจะยอมเป็นเหยื่อรายต่อไป?

โดย สำนักงาน ปปง. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด การทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และการพนัน ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่นๆ สรุปผลการดำเนินการ ที่น่าสนใจ ดังนี้

        1. ยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 16 รายคดี ทรัพย์สิน 974 รายการ พร้อมดอกผล                     มูลค่าประมาณ 252 ล้านบาท โดยเป็นทรัพย์สินในคดีสำคัญเกี่ยวกับความผิดมูลฐานเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดเกี่ยวกับการทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน               และความผิดเกี่ยวกับการพนันฯ โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

             1.1 รายคดี นายสิทธิพงษ์ฯ กับพวก กรณีเครือข่ายการค้ายาเสพติด ในพื้นที่แนวชายแดนภาคเหนือ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 7 รายการ (เช่น เงินสด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ              2 ล้านบาท (คำสั่ง ย.16/2569)

              1.2 รายคดี พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือนายอลงกตฯ กับพวก กรณีอดีตเจ้าอาวาส วัดพระบาทน้ำพุ มีพฤติการณ์กระทำความผิดร่วมกับนายเสกสันน์ฯ หรือหมอบี ซึ่งแสดงตนเป็นตัวแทนของวัดในการรับบริจาคเงิน เปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร ออกใบอนุโมทนาบัตรของวัด แต่ใช้เงินบริจาคบางส่วนเพื่อการส่วนตัว อันเป็นกรณีความผิดเกี่ยวกับการเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ            หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตฯ และความผิดฐานฟอกเงิน ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับ               การกระทำความผิด จำนวน 20 รายการ (เช่น เงินสด ยานพาหนะ สินค้าแบรนด์เนม และ ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท (คำสั่ง ย.6/2569)

              1.3 รายคดี นางสาวสุพิชฌาย์ฯ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมโยงกับกรณีพฤติการณ์กระทำความผิดของนายธนวันต์ฯ หรือหมอดูตี่ลี่ ฮวงจุ้ย อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดฐานฟอกเงิน ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับ การกระทำความผิด จำนวน 369 รายการ (เช่น เครื่องประดับ วัตถุมงคล สินค้าแบรนด์แนม ยานพาหนะ ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 124 ล้านบาท (คำสั่ง ย.7/2569)

                 1.4 รายคดี นายฉัตรชัยฯ กับพวก พฤติการณ์ความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการพนัน ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้วิธีการถ่ายทอดสด (live) ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ แบ่งกลุ่มย่อยเป็น 2 ห้องสนทนา ห้องแรกใช้สำหรับผู้เล่นพนันเข้ามาดูการถ่ายทอดสดและเล่นพนันออนไลน์ และอีกห้องใช้สำหรับข้อมูลฝากและถอนเงิน ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 396 รายการ (เช่น เงินสด ยานพาหนะ ทองรูปพรรณ เครื่องประดับ ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 47 ล้านบาท (คำสั่ง ย.1/2569)

                 1.5 รายคดี กลุ่มบุคคลที่จัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ฯ เว็บไซต์ autowin888 รายนางสาวภัทชาฯ กับพวก ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 56 รายการ (เช่น เงินสด อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องประดับ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท (คำสั่ง ย.14/2569)

                 1.6 รายคดี กลุ่มบุคคลที่หลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร รายนายวสุพลฯ กับพวก กรณีชักชวนลงทุนโปรโมทภาพเพื่อรับผลตอบแทน ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 9 รายการ (เช่น เงินสด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท (คำสั่ง ย.15/2569)

           2. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 17 รายคดี ทรัพย์สินกว่า 492 รายการ มูลค่าประมาณ 769 ล้านบาท เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

                 2.1 รายคดี พระธรรมวชิรานุวัตร (แย้ม) กรณีอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง กับพวก มีพฤติการณ์ทุจริตเบียดบังเงินของวัดเป็นของตนเอง โอนเงิน ไปยังผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ และนำไปซื้อทรัพย์สินจำนวนมาก คณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 205 รายการ (เช่น ที่ดิน ยานพาหนะ เครื่องประดับ วัตถุมงคล และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท (คำสั่ง ย.279/2568)

                 2.2 รายคดี กลุ่มบุคคลที่ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชน รายนายทวีศักดิ์ฯ กับพวก  กรณีการหลอกลวงผู้เสียหายเชื่อมโยงกันหลายคดี มีข้อมูลเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับบุคคลสัญชาติจีน ที่ถือหนังสือเดินทางกัมพูชา รวมถึงมีธุรกรรมทางการเงินเชื่อมโยงกับนายพัด สุภาภา หรือ ลี ยงพัด กับพวก  คณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน (เพิ่มเติม) จำนวน 11 รายการ (เช่น ห้องชุด ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 350 ล้านบาท (คำสั่ง ย.270/2568)

                 2.3 รายคดี กลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันให้มีการเล่นการพนันทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ เว็บไซต์ www.888point.com รายนางสาวมนทกานติฯ กับพวก คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 10 รายการ (ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 161 ล้านบาท (คำสั่ง ย.282/2568)

                 2.4 รายคดี กลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันให้มีการเล่นการพนันทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ เว็บไซต์ www.gimi888.com และเว็บไซต์อื่นๆ รายนายชนพัฒฐ์ฯ กับพวก คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 69 รายการ (เช่น เงินสด ยานพาหนะ ที่ดิน เงินและหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์  และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 158 ล้านบาท (คำสั่ง ย.286/2568)

                  2.5 รายคดี กลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันให้มีการเล่นการพนันทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ เว็บไซต์ หวยแบงค์.com รายนางสาวนิภาวรรณฯ กับพวก กรณีเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ และพบพฤติการณ์ โอนเงิน ฝาก-ถอน เงินสด จำนวนมาก  โดยคณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 10 รายการ (เช่น ที่ดิน ห้องชุด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 28 ล้านบาท (คำสั่ง ย.273/2568)

                 2.6 รายคดี นายณัฐวัชต์ฯ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์
ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่ง ให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 10 รายการ (เช่น เงินสด ทองคำแท่ง และยานพาหนะ) มูลค่าประมาณ 8 ล้านบาท (คำสั่ง ย.276/2568)

        3. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย) จำนวน 14 รายคดี ทรัพย์สิน 179 รายการ มูลค่าประมาณ 127 ล้านบาท ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน หรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

3.1 รายคดี สุรเชษฐ์ฯ กับพวก เป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการลักทรัพย์ฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรม             มีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (กรณีคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจำนวน 1 ราย) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 58 รายการ มูลค่าประมาณ 9 ล้านบาท (คำสั่ง ย.220/2568)

3.2 รายคดี นายยงยุทธฯ กับพวก เป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการลักทรัพย์ฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (กรณีคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจำนวน 1 ราย) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 13 รายการ มูลค่าประมาณ 32 ล้านบาท (คำสั่ง ย.221/2568)

3.3 รายคดี กลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมไฮบริดสแกมข้ามชาติ รายนางสาววาสนาฯ กับพวก เป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (กรณีคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายเพิ่มเติม จำนวน 1 ราย) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 1 รายการ มูลค่าประมาณ 80 ล้านบาท (คำสั่ง ย.92/2567)

โดย บรรณาธิการข่าว #สืบอาชญากรรม

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts