กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก, พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม รอง ผบก.ทล., พ.ต.ท.นโรตม์ ยุวบูรณ์ผกก.3 บก.ทล., พ.ต.ท.ตุลยวัต เมืองทอง, พ.ต.ท.ศุภฤกษ์ เคหะทุ่ม รองผกก.3 บก.ทล., พ.ต.ท.อิทธิศักดิ์ ค้ำคูณ สวญ.ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล., พ.ต.ต.บดี ดวนพล สว.ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย, ร.ต.อ.ภิเชศ นาเมืองรักษ์ รอง สว.ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล. ,ร.ต.ท.ศิริพงษ์ ฉ่ำศิริ รอง สว.(ป) ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล. , ด.ต.นพดล ดาษดา , ด.ต.ฉัตรชัย จิตรถวิล , จ.ส.ต.นิรุทธ์ผลสว่าง, จ.ส.ต.คมกริช นกแก้ว, จ.ส.ต.พีระพล นิลเนตร ผบ.หมู่. ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล.
ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย กระทำผิดฐาน “ร่วมกันช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือกระทำด้วย
ประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายหลบหนีการจับกุม” ดังนี้
1.นายนิมิตร (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี สัญชาติ ไทย
2.นายอนุพงค์ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี สัญชาติ ไทย
ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา 3 ราย กระทำผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร
โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทาง และหลบหนีการตรวจของเจ้าหน้าที่
ตรวจคนเข้าเมือง” ดังนี้
3.MR. HAO CHANGCHANG อายุ 33 ปี สัญชาติ จีน
4.MR. AARON AU CHONG LUN อายุ 37 ปี สัญชาติ มาเลเซีย
5.MR. ZHOULAOHUA อายุ 30 ปี สัญชาติ จีน
และร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา 1 ราย กระทำผิดฐาน “อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด
(OVERSTAY)” ดังนี้
6.MR. GAO YUAN อายุ 32 ปี สัญชาติ จีน
พร้อมตรวจยึดของกลาง
1.รถยนต์ ยี่ห้อ HONDA รุ่น CIVIC สีดำ หมายเลขทะเบียน 7กก 1028 กรุงเทพมหานคร
2.รถยนต์ยี่ห้อ TOYOTA รุ่น HILUX REVO สีเทา หมายเลขทะเบียน กต 4305 อุทัยธานี
3.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 7 เครื่อง
สถานที่จับกุม ทล.344 ช่วง กม.57-43 ขาเข้า กทม. ต.หนองใหญ่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี
สืบเนื่องจาก ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้ดำเนินการสืบสวนปราบปรามและจับกุมการกระทำที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยสถานีตำรวจทางหลวงชลบุรีได้สืบสวนขยายผล จนพบว่ามีเครือข่ายลักลอบ รับ-ส่งกลุ่มชาวจีนที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่าย Scammer ที่มีฐานที่มั่นอยู่ในฝั่งประเทศเมียนมาและกัมพูชา ซึ่งได้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยลักลอบข้ามพรมแดนจากประเทศเมียนมาผ่านชายแดนจังหวัดตากเข้ามายังพื้นที่ จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี และพระนครศรีอยุธยา แลพจะมีกลุ่มรถขน-ส่ง นำพาไปส่งยังจังหวัดจันทบุรี เพื่อข้ามชายแดนไปประเทศกัมพูชา
โดยวันที่ 7 ธ.ค.68 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชลบุรีสืบสวนหาข้อมูล จนสามารถสืบทราบว่ามีรถต้องสงสัยจำนวน 3 คัน เดินทางมาจากจังหวัดชัยนาท ผ่านเส้นทาง ทล.344 อ.บ้านบึงจ.ชลบุรี จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมดจำนวน 8 ราย รถยนต์จำนวน 2 คัน และโทรศัพท์มือถือจำนวน 30 เครื่อง จากนั้นได้สืบสวนพบว่ายังมีเครือข่ายรถยนต์ที่ลักลอบขนคนจีนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายอีกจำนวนหนึ่งจึงได้วิเคราะห์ติดตาม
ต่อมาวันที่ 23 ม.ค. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชลบุรีทำการสืบสวนขยายผลของเครือข่ายการส่งคนจีน Scammer ข้ามพรมแดน พบว่า มีรถต้องสงสัยจำนวน 2 คัน เดินทางจาก อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ผ่าน ทล.344 จึงได้ทำการวางแผนสกัดจับกุมที่บริเวณ ทล.344 ช่วง กม.57-43 ขาเข้า กทม. ต.หนองใหญ่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี พบรถยนต์ยี่ห้อ HONDA รุ่น CIVIC สีดำ หมายเลขทะเบียน 7กก 1028 กรุงเทพมหานคร โดยมีนายนิมิต (สงวนนามสกุล) เป็นผู้ขับขี่ ภายในรถคันดังกล่าวพบผู้โดยสารชาวจีนและชาวมาเลเซีย จำนวน 2 คน จึงตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทางของผู้โดยสารชาวจีน ปรากฏว่าไม่มีตราประทับของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและไม่มีเอกสารการอยู่ไทยโดยถูกต้องตามกฎหมาย ตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทางของผู้โดยสารชาวมาเลเซีย ไม่สามารถแสดงเอกสารหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ได้
จากนั้นตรวจสอบรถต้องสงสัยคันที่สอง ยี่ห้อ TOYOTA รุ่น HILUX REVO สีเทา หมายเลขทะเบียน กต 4305 อุทัยธานี มีนายอนุพงค์(สงวนนามสกุล) เป็นผู้ขับขี่ ภายในรถคันดังกล่าว พบผู้โดยสารจำนวน 4 คน
ซึ่งเป็นภรรยาและลูกชายของตน และอีก 2 คนเป็นชาวจีน ตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทางของผู้โดยสารชาวจีน พบว่าหนังสือเดินทางดังกล่าวสิ้นสุดการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยและไม่สามารถแสดงเอกสารหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ได้ จากการตรวจสอบรถยนต์ทั้ง 2 คัน พบโทรศัพท์มือถือจำนวน7 เครื่อง ซึ่งคาดว่าน่าจะเชื่อมโยงกับขบวนการ Callcenter
จากการซักถามปากคำผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้รับกลุ่มคนจีนจากพื้นที่ชายแดน อ.สอยดาวจ.จันทบุรี เพื่อไปส่งยังกรุงเทพมหานคร และจะมีขบวนรถมารับกลุ่มคนจีนต่อไป โดยได้รับค่าตอบแทนทั้งหมด จำนวน 8,000 บาท
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งให้ นายนิมิตรและนายอนุพงค์ ทราบว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกัน ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือกระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย หลบหนีการจับกุม” และแจ้งข้อกล่าวหาแก่ชาวจีนและชาวมาเลเซีย ทั้ง 4 คน กระทำความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีหนังสือเดินทางหรือ เอกสารแทนหนังสือเดินทาง และหลบหนีการตรวจของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง” และ“อยู่ในราชอาณาจักร โดยการอนุญาตสิ้นสุด (OVERSTAY)” จากนั้นนำผู้ต้องทั้งหมดส่ง กก.2 บก.ป. เพื่อขยายผลและดำเนินคดีต่อไป












