วันจันทร์, ตุลาคม 5, 2026
หน้าแรกคอลัมนิสต์สืบจากข่าวใหญ่กว่า “กสทช.” ควบรวม “ทรูและดีแทค”

ใหญ่กว่า “กสทช.” ควบรวม “ทรูและดีแทค”

Published on

spot_img

“…ฉับพลันที่ “เจ้าสัวน้อย” นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ออกมาประกาศกร้าวถึงความคืบหน้าของ “ดีล” ควบรวมกิจการระหว่างทรูและดีแทคที่จะผนึกกิจการสู่บริษัท Telecom-Tech Company…”

โดยย้ำว่า ตามประกาศ กสทช.เรื่องมาตรการควบรวมกิจการโทรคมนาคมปี 2561 นั้น การควบรวมกิจการระหว่างกลุ่มทรูและดีแทค สามารถทำได้เลยไม่ต้องขออนุมัติต่อกสทช. และไม่ขัดต่อกฎหมาย “แต่ กสทช. มีอำนาจในการสร้างเงื่อนไขที่จะลดผลกระทบทางลบ และเพิ่มผลกระทบทางบวกที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและผู้บริโภค และหากจะมีข้อโต้แย้งที่จะไม่อนุมัติต้องไปที่ศาลปกครอง ซึ่งไม่มีผู้ให้บริการรายไหนอยากจะไปถึงจุดนั้น”

ประกาศิตของเจ้าสัวน้อยข้างต้นจะผิด-ถูกอย่างไร แต่แวดวงสื่อสารโทรคมนาคมต่างก็ “อึ้งกิมกี่” เพราะเป็นการ “ตีแสกหน้า” กสทช.ที่แทบจะไม่ให้ค่าองค์กรกำกับดูแลแห่งนี้แม้แต่น้อย การที่บริษัทเอกชนออกมาประกาศกร้าวว่าสามารถจะดำเนินการควบรวมกิจการกันได้ตามกฎหมาย โดยไม่ต้องขออนุมัติจาก กสทช.นั้น

แล้วจะมีองค์กร กสทช.ไว้ทำซากอะไร!

น่าแปลก! แทนที่ฝ่ายบริหาร กสทช.และโดยเฉพาะบอร์ด กสทช.จะออกมาฟ้อนเงี้ยวเกรี้ยวกราดที่องค์กรถูกหยันราวกับ ”ไม่มีตัวตน” เช่นนี้ แต่วันวาน นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. กลับออกมาฟ้อนเงี้ยวกรณีมีการปูดเอกสารรายงานผลศึกษาของอนุกรรมการศึกษาผลกระทบดีลควบรวมทั้ง 4 ชุด ที่ กสทช.แต่งตั้งขึ้น ซึ่งมีรายงานหลุดออกมาว่าอนุกรรมการ 3 ชุดไม่เห็นด้วยกับการอนุมัติดีลควบรวมในครั้งนี้

โดยเจ้าตัวออกมายืนยันว่า รายงานผลสรุปของคณะอนุกรรมการฯ ทั้ง 4 ชุดยังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลโดยสำนักงานฯ ซึ่งจำเป็นต้องประมวลข้อมูลจำนวนมากทั้งจากการประชุมของคณะอนุกรรมการ การจัดทำโฟกัสกรุ๊ปกับกลุ่มผู้เกี่ยวข้องต่างๆ และรายงานผลการศึกษาจากที่ปรึกษาทางวิชาการที่สำนักงาน กสทช.จัดจ้าง โดยล่าสุดสำนักงานฯ ได้ขอขยายเวลารวบรวมข้อมูลไปจนถึงวันที่ 3 ส.ค. 2565

พร้อมกับหันไปเร่งรัดกระบวนการรวบรวมข้อมูลของคณะทำงานประสานงานคณะอนุกรรมการฯที่รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช.ใช้อำนาจแต่งตั้งขึ้น รวมทั้งยังมีคำสั่งสำนักงาน กสทช.ที่ 854/2565 แต่งตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางการกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันผลกระทบจากกรณีการรวมธุรกิจ โดยมี นายเฉลิมชัย ก๊กเกียรติกุล เป็นประธานเพื่อศึกษา รวบรวมข้อมูลและแนวทางการกำหนดมาตรการเฉพาะหรือเงื่อนไขในการกำกับดูแลเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาด ลด จำกัด หรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคม หรือตลาดที่เกี่ยวข้อง

นี่สำนักงานกสทช.กำลังเล่นพิเรนทร์อะไรกันหรือ?

ขณะที่ประเด็นการควบรวมกิจการยังไม่ตกผลึก กสทช.สมควรจะอนุมัติดีลควบรวมครั้งประวัติศาสตร์นี้หรือไม่? และมีอำนาจพิจารณาอนุมัติหรือไม่? จน กสทช.ต้องแต่งตั้งอนุกรรมการศึกษาผลกระทบจากการควบรวมถึง 4 ชุด ซึ่งแต่ละชุดมีความเห็นอย่างไรนั้น ก็มีรายงานประจักษ์ชัดรองรับมีบันทึกการประชุมชัดเจนอยู่แล้ว ก่อนจะนำเสนอต่อที่ประชุมกสทช.

แน่นอน! ในท้ายที่สุดหากที่ประชุม กสทช.จะพิจารณาอนุมัติดีลควบรวมฯโดยมีเงื่อนไข หรือกำหนดมาตรการเฉพาะเพื่อรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ก็สมควรจะเป็นเรื่องที่กสทช.จะเป็นผู้พิจารณาสั่งการ หรือมีคำสั่งให้สำนักงาน กสทช.ต้องจัดทำมาตรการเฉพาะขึ้นมาไม่ใช่หรือ?

มันหาได้เป็นอำนาจหน้าที่ที่สำนักงานฯจะด่วนไปพิจารณาดำเนินการกำหนดมาตรการก่อนหน้าที่ทำราวกับว่าได้รับไฟเขียวจากที่ประชุมบอร์ด กสทช.ไปแล้ว

เหนือสิ่งอื่นใด หากทุกฝ่ายจะได้ย้อนกลับไปพิจารณาคำสั่งของศาลปกครองเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.65 ที่ได้มีคำสั่งยกคำร้องของ นายณภัทร วินิจฉัยกุล กรรมการติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. หรือ “ซุปเปอร์บอร์ด กสทช.”กรณียื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยระบุว่าประกาศ กสทช. เรื่องมาตรการกำกับดูแลการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคมลงวันที่ 4 ธันวาคม 2560 (ประกาศการรวมธุรกิจฯ)ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้มีคำสั่งทุเลาการบังคับ หรือหยุดใช้ประกาศเรื่องการรวมธุรกิจฯ โดยเร่งด่วน

แม้ศาลปกครองกลางจะมีคำสั่งยกคำร้องด้วยเห็นว่า ประกาศ กสทช.เรื่อง มาตรการกำกับดูแลการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคมลงวันที่ 4 ธ.ค. 2560 ประกอบประกาศ กสทช.ว่าด้วยมาตรการป้องกันการผูกขาดปี 2549 นั้น ได้ให้อำนาจ กสทช.ที่จะพิจารณา “อนุมัติ” หรือไม่อนุมัติการขอควบรวมธุรกิจได้อยู่แล้ว หากพิจารณาเห็นว่า การรวมธุรกิจดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดการผูกขาด หรือลด หรือ จำกัดการแข่งขันในการให้บริการโทรคมนาคม จึงให้ยกคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวไป

แล้วจะบอกว่า บริษัทเอกชนสามารถที่จะดำเนินการควบรวมกิจการโดยไม่จำเป็นต้องขออนุมัติ กสทช.ได้อย่างไร ?

ก็คงต้องฝากเตือนสติ กสทช.ชุดปัจจุบัน โดยขอยกเอาจดหมายเปิดผนึกของ ศ.ประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ อดีตประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.) ที่ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกแสดงความเห็นคัดค้านการควบรวมกิจการในครั้งนี้ พร้อมเรียกร้องให้ กสทช.จริงจังกับการบังคับใช้หลักเกณฑ์กำกับดูแลของตนเอง

แต่จะฝากความหวังได้มากน้อยแค่ไหน เมื่อเห็นสิ่งที่สำนักงาน กสทช.ดำเนินการไปในเวลานี้ ก็ไม่รู้ประชาชนคนไทยและวงการสื่อสารโทรคมนาคมไทยจะฝากความหวังไว้กับองค์การนี้ได้มากน้อยแค่ไหน?!!!

Latest articles

เด็ดขาด! “พูดแล้วต้องทำ ทำแล้วต้องเห็นผล” รหัสบริหารแดนมังกร

“หลักการ "言必行,行必果" (เหยียนปี้สิง สิงปี้กั่ว) เป็นคติจีนโบราณที่มีความหมายว่า "พูดแล้วต้องทำ ทำแล้วต้องเห็นผล" หลักการนี้ไม่ได้เป็นเพียงคำขวัญทางการเมืองเท่านั้น แต่ได้กลายเป็นลักษณะเฉพาะเชิงโครงสร้างของการบริหารประเทศของจีนสมัยใหม่ ซึ่งสะท้อนผ่านกลไกสถาบัน วัฒนธรรมองค์กร และระบบความรับผิดชอบที่แตกต่างจากหลายประเทศตะวันตก ลักษณะนี้ทำให้จีนสามารถดำเนินนโยบายขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เวลาหลายทศวรรษได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายเรื่องความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชน...

ความลับ! หลายคน..ยังไม่รู้ “ไต้หวัน” คือมณฑลที่ 20 ของจีน ผูกพันกันตั้งแต่ 5,000 ปี

หลายคนอาจไม่รู้ว่า ไต้หวันเป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของจีนมาตั้งแต่โบราณกาล ในยุคสามก๊ก ซุนกวนแห่งง่อก๊ก ได้ส่งขุนพลเว่ยเวินและจูกัดจื๊อ ให้นำทัพไปถึงอิ๋งโจว  ซึ่งก็คือไต้หวันในปัจจุบัน หลังจากราชวงศ์สุยและถัง ประชาชนจากแผ่นดินใหญ่ เริ่มอพยพไปตั้งถิ่นฐานในไต้หวัน นำเทคโนโลยีการผลิตและวัฒนธรรมที่ก้าวหน้าไปด้วย ในยุคราชวงศ์ซ่งใต้ เผิงหูถูกบรรจุเข้าอยู่ในแผนที่ของจีนอย่างเป็นทางการ ขึ้นอยู่ในการปกครองของอำเภอจิ้นเจียง มณฑลฝูเจี้ยน ราชวงศ์หยวนได้จัดตั้งสำนักงานตรวจการที่เผิงหู...

วิเคราะห์ศึก “โรม – สส.ไอเดียร์” มหากาพย์ทรัพย์สิน 2,000 ล้าน พัวพันลายแทงคริปโตฯระดับโลก

จากกระทู้ถามสดธรรมดาในสภาผู้แทนราษฎร ลุกลามกลายเป็นศึกใหญ่ทางการเมืองและข้อกฎหมายที่น่าจับตาที่สุดคู่หนึ่ง ระหว่าง “สส.โรม-ไอเดียร์” เมื่อข้อกล่าวหาเรื่องอาชญากรรมไซเบอร์ลากยาวไปถึงการขุดคุ้ยบัญชีทรัพย์สินมหาศาลเกือบ 2,000 ล้านบาท การแจ้งความดำเนินคดีที่ บก.ปอท. และการเปิดโปงเครือข่ายธุรกิจคริปโตเคอร์เรนซีระดับโลก จุดระเบิดกลางสภาฯ กระทู้สินบน 40 ล้าน ลามขุดทรัพย์สินคู่สมรส ชนวนเหตุเริ่มต้นขึ้นเมื่อ...

จีนมั่นคง..โลกผาสุก ผ่า!เส้นทาง “พัฒนา​ก้าวหน้าของจีน” คือโอกาสของชาวโลก

“ในห้วงทศวรรษที่ผ่านมา คำกล่าวที่ว่า “การพัฒนาของจีนคือโอกาสของโลก” มิได้เป็นเพียงวาทกรรมทางการทูต  หากแต่เป็นความจริงที่ประจักษ์ชัดต่อสายตาประชาชนทั่วโลก การมาถึงของยุคที่จีนนำร่องในการพัฒนา คือปรากฏการณ์ที่พลิกโฉมภูมิทัศน์เศรษฐกิจและการเมืองโลกอย่างมีนัยสำคัญ จีนได้ดำเนินการพัฒนาก้าวหน้าอย่างรอบด้าน โดยยึดถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง ผลลัพธ์สุดท้ายจึงตกถึงประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งในจีนและในหลายประเทศทั่วโลก” บทความโดย  สันติ ตั้งรพีพากร การพัฒนาของจีนในยุคใหม่ มิได้จำกัดอยู่เพียงการเติบโตทางเศรษฐกิจ...

คุณอาจชอบเนื้อหาเหล่านี้

ป.ป.ท. ร่วมกับกรมการปกครองและหน่วยงานเครือข่าย ลุยตรวจโรงแรมภูเก็ต ขับเคลื่อนการอนุมัติ–อนุญาตให้โปร่งใส รวดเร็ว ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ

https://www.youtube.com/watch?v=hA6dGKAgLkY วันนี้ (31 สิงหาคม 2569) ภายใต้การอำนวยการของ นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. มอบหมายให้ พันตำรวจโท สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ...

’ทนายปราบโกง’ แนะคดีวัดป่าอดุลยารามควรจบได้แล้ว ย้ำไม่ต้องหาคนแพ้ชนะ ยึดเจตนาผู้ให้อุทิศที่ดิน

วันที่ 30 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีข้อถกเถียงและปัญหาคาราคาซังเกี่ยวกับที่ดินวัดป่าอดุลยาราม ล่าสุด นายกฤษฎา อินทามระ หรือ "ทนายปราบโกง"ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงทางออกของเรื่องนี้ผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่า ถึงเวลาแล้วที่จะยุติข้อขัดแย้งด้วยความถูกต้อง โดยไม่จำเป็นต้องมีฝ่ายใดแพ้หรือชนะ แต่ขอให้เข้าข้างความถูกต้องและพระพุทธศาสนาเป็นหลัก ทนายปราบโกง...

‘ทนายพัฒน์’ จ่อลุยคดีช่วย ‘สามีหลวง’ ฟ้องชู้ภรรยาพร้อมโพสต์เปิดข้อกฎหมายยันมีสิทธิ์เรียกค่าทดแทน

วันที่ 20 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเปิดเผยข้อมูลบางส่วนในคดีชู้สาวที่สามีว่าจ้างให้ตนตามสืบรวมรวมหลักฐาน จนเป็นที่วิจารณ์สนั่นโลกออนไลน์ เวลานี้ ก่อนมีการโต้กลับกล่าวหาว่าเต้าข่ายเรียกกระแส จนฝ่ายสามีอดทนไม่ไหวต้องออกมาเปิดหลักฐานทะเบียนสมรสและข้อความแชตของภรรยากับ ผอ.ชายชู้ แล้ว ทางสามีได้แจ้งความประสงค์ว่าอยากให้ ทนายพัฒน์...