วันจันทร์, เมษายน 6, 2026
หน้าแรกคอลัมนิสต์สืบจากข่าวใหญ่กว่า “กสทช.” ควบรวม “ทรูและดีแทค”

ใหญ่กว่า “กสทช.” ควบรวม “ทรูและดีแทค”

Published on

spot_img

“…ฉับพลันที่ “เจ้าสัวน้อย” นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ออกมาประกาศกร้าวถึงความคืบหน้าของ “ดีล” ควบรวมกิจการระหว่างทรูและดีแทคที่จะผนึกกิจการสู่บริษัท Telecom-Tech Company…”

โดยย้ำว่า ตามประกาศ กสทช.เรื่องมาตรการควบรวมกิจการโทรคมนาคมปี 2561 นั้น การควบรวมกิจการระหว่างกลุ่มทรูและดีแทค สามารถทำได้เลยไม่ต้องขออนุมัติต่อกสทช. และไม่ขัดต่อกฎหมาย “แต่ กสทช. มีอำนาจในการสร้างเงื่อนไขที่จะลดผลกระทบทางลบ และเพิ่มผลกระทบทางบวกที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและผู้บริโภค และหากจะมีข้อโต้แย้งที่จะไม่อนุมัติต้องไปที่ศาลปกครอง ซึ่งไม่มีผู้ให้บริการรายไหนอยากจะไปถึงจุดนั้น”

ประกาศิตของเจ้าสัวน้อยข้างต้นจะผิด-ถูกอย่างไร แต่แวดวงสื่อสารโทรคมนาคมต่างก็ “อึ้งกิมกี่” เพราะเป็นการ “ตีแสกหน้า” กสทช.ที่แทบจะไม่ให้ค่าองค์กรกำกับดูแลแห่งนี้แม้แต่น้อย การที่บริษัทเอกชนออกมาประกาศกร้าวว่าสามารถจะดำเนินการควบรวมกิจการกันได้ตามกฎหมาย โดยไม่ต้องขออนุมัติจาก กสทช.นั้น

แล้วจะมีองค์กร กสทช.ไว้ทำซากอะไร!

น่าแปลก! แทนที่ฝ่ายบริหาร กสทช.และโดยเฉพาะบอร์ด กสทช.จะออกมาฟ้อนเงี้ยวเกรี้ยวกราดที่องค์กรถูกหยันราวกับ ”ไม่มีตัวตน” เช่นนี้ แต่วันวาน นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. กลับออกมาฟ้อนเงี้ยวกรณีมีการปูดเอกสารรายงานผลศึกษาของอนุกรรมการศึกษาผลกระทบดีลควบรวมทั้ง 4 ชุด ที่ กสทช.แต่งตั้งขึ้น ซึ่งมีรายงานหลุดออกมาว่าอนุกรรมการ 3 ชุดไม่เห็นด้วยกับการอนุมัติดีลควบรวมในครั้งนี้

โดยเจ้าตัวออกมายืนยันว่า รายงานผลสรุปของคณะอนุกรรมการฯ ทั้ง 4 ชุดยังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลโดยสำนักงานฯ ซึ่งจำเป็นต้องประมวลข้อมูลจำนวนมากทั้งจากการประชุมของคณะอนุกรรมการ การจัดทำโฟกัสกรุ๊ปกับกลุ่มผู้เกี่ยวข้องต่างๆ และรายงานผลการศึกษาจากที่ปรึกษาทางวิชาการที่สำนักงาน กสทช.จัดจ้าง โดยล่าสุดสำนักงานฯ ได้ขอขยายเวลารวบรวมข้อมูลไปจนถึงวันที่ 3 ส.ค. 2565

พร้อมกับหันไปเร่งรัดกระบวนการรวบรวมข้อมูลของคณะทำงานประสานงานคณะอนุกรรมการฯที่รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช.ใช้อำนาจแต่งตั้งขึ้น รวมทั้งยังมีคำสั่งสำนักงาน กสทช.ที่ 854/2565 แต่งตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางการกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันผลกระทบจากกรณีการรวมธุรกิจ โดยมี นายเฉลิมชัย ก๊กเกียรติกุล เป็นประธานเพื่อศึกษา รวบรวมข้อมูลและแนวทางการกำหนดมาตรการเฉพาะหรือเงื่อนไขในการกำกับดูแลเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาด ลด จำกัด หรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคม หรือตลาดที่เกี่ยวข้อง

นี่สำนักงานกสทช.กำลังเล่นพิเรนทร์อะไรกันหรือ?

ขณะที่ประเด็นการควบรวมกิจการยังไม่ตกผลึก กสทช.สมควรจะอนุมัติดีลควบรวมครั้งประวัติศาสตร์นี้หรือไม่? และมีอำนาจพิจารณาอนุมัติหรือไม่? จน กสทช.ต้องแต่งตั้งอนุกรรมการศึกษาผลกระทบจากการควบรวมถึง 4 ชุด ซึ่งแต่ละชุดมีความเห็นอย่างไรนั้น ก็มีรายงานประจักษ์ชัดรองรับมีบันทึกการประชุมชัดเจนอยู่แล้ว ก่อนจะนำเสนอต่อที่ประชุมกสทช.

แน่นอน! ในท้ายที่สุดหากที่ประชุม กสทช.จะพิจารณาอนุมัติดีลควบรวมฯโดยมีเงื่อนไข หรือกำหนดมาตรการเฉพาะเพื่อรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ก็สมควรจะเป็นเรื่องที่กสทช.จะเป็นผู้พิจารณาสั่งการ หรือมีคำสั่งให้สำนักงาน กสทช.ต้องจัดทำมาตรการเฉพาะขึ้นมาไม่ใช่หรือ?

มันหาได้เป็นอำนาจหน้าที่ที่สำนักงานฯจะด่วนไปพิจารณาดำเนินการกำหนดมาตรการก่อนหน้าที่ทำราวกับว่าได้รับไฟเขียวจากที่ประชุมบอร์ด กสทช.ไปแล้ว

เหนือสิ่งอื่นใด หากทุกฝ่ายจะได้ย้อนกลับไปพิจารณาคำสั่งของศาลปกครองเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.65 ที่ได้มีคำสั่งยกคำร้องของ นายณภัทร วินิจฉัยกุล กรรมการติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. หรือ “ซุปเปอร์บอร์ด กสทช.”กรณียื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยระบุว่าประกาศ กสทช. เรื่องมาตรการกำกับดูแลการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคมลงวันที่ 4 ธันวาคม 2560 (ประกาศการรวมธุรกิจฯ)ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้มีคำสั่งทุเลาการบังคับ หรือหยุดใช้ประกาศเรื่องการรวมธุรกิจฯ โดยเร่งด่วน

แม้ศาลปกครองกลางจะมีคำสั่งยกคำร้องด้วยเห็นว่า ประกาศ กสทช.เรื่อง มาตรการกำกับดูแลการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคมลงวันที่ 4 ธ.ค. 2560 ประกอบประกาศ กสทช.ว่าด้วยมาตรการป้องกันการผูกขาดปี 2549 นั้น ได้ให้อำนาจ กสทช.ที่จะพิจารณา “อนุมัติ” หรือไม่อนุมัติการขอควบรวมธุรกิจได้อยู่แล้ว หากพิจารณาเห็นว่า การรวมธุรกิจดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดการผูกขาด หรือลด หรือ จำกัดการแข่งขันในการให้บริการโทรคมนาคม จึงให้ยกคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวไป

แล้วจะบอกว่า บริษัทเอกชนสามารถที่จะดำเนินการควบรวมกิจการโดยไม่จำเป็นต้องขออนุมัติ กสทช.ได้อย่างไร ?

ก็คงต้องฝากเตือนสติ กสทช.ชุดปัจจุบัน โดยขอยกเอาจดหมายเปิดผนึกของ ศ.ประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ อดีตประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.) ที่ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกแสดงความเห็นคัดค้านการควบรวมกิจการในครั้งนี้ พร้อมเรียกร้องให้ กสทช.จริงจังกับการบังคับใช้หลักเกณฑ์กำกับดูแลของตนเอง

แต่จะฝากความหวังได้มากน้อยแค่ไหน เมื่อเห็นสิ่งที่สำนักงาน กสทช.ดำเนินการไปในเวลานี้ ก็ไม่รู้ประชาชนคนไทยและวงการสื่อสารโทรคมนาคมไทยจะฝากความหวังไว้กับองค์การนี้ได้มากน้อยแค่ไหน?!!!

Latest articles

ผบ.ทร. สั่งลุย! เสริมกำลัง “ทัพเรือภาค 1-2” ปิดล้อมทะเลไทย สกัดขบวนการลักลอบน้ำมัน เขย่าเสถียรภาพพลังงานชาติ

วันที่ 6 เม.ย.2569 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงว่าจากสถานการณ์การลักลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิงออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศโดยผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชาติ รวมทั้งทำให้เกิดวิกฤติด้านพลังงานภายในประเทศนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติการ โดยมอบหมายให้ทัพเรือภาคที่ 1 และทัพเรือภาคที่ 2...

“บิ๊กดุลย์” ลั่นคุมชายแดนอยู่ในการควบคุม ยันไร้สัญญาณปะทะรอบ 3 เร่งฟื้นเชื่อมั่นกันทรลักษ์ ชูทหารปกป้องอธิปไตย-ดึงนักท่องเที่ยวคืนพื้นที่

“บิ๊กดุลย์” ลั่นคุมชายแดนอยู่ในการควบคุม ยันไร้สัญญาณปะทะรอบ 3 เร่งฟื้นเชื่อมั่นกันทรลักษ์ ชูทหารปกป้องอธิปไตย-ดึงนักท่องเที่ยวคืนพื้นที่ เร่งยกระดับคุณภาพชีวิตทหารแนวหน้า พร้อมสานต่อนโยบาย ”บิ๊กเล็ก“ ดูแลกำลังพลเต็มที่ เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2569 ที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ อ.กันทรลักษ์...

รวมพลคนสืบสวน ศิษย์เก่า “สืบสวนเหนือ-สืบสวนนครบาล 1” ทำบุญรำลึกวีรบุรุษผู้ล่วงลับ ย้ำ “ดีเอ็นเอ” นักสืบต้องโตจากเนื้องาน

https://www.youtube.com/shorts/UP6gZX3nUW8 เมื่อวานนี้ (วันที่ 5 เมษายน 2569) ที่ผ่านมา บรรยากาศที่วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร เต็มไปด้วยความอบอุ่นและอบอวลด้วยความทรงจำ ในงานสังสรรค์ทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่พี่น้องตำรวจนักสืบผู้ล่วงลับ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันอาทิตย์แรกของเดือนเมษายน เพื่อเป็นการรวมตัว "ศิษย์เก่าสืบสวนเหนือ และสืบสวนนครบาล 1" *จุดเริ่มต้นจาก...

“จอมเทียนเดือด” ชายคลั่งถือมีดไล่ฟัน-งัด ATM กลางซอย 2-3 ชาวบ้านผวาหนัก ลั่นนี่ไม่ใช่เรื่องเล่น!

สถานการณ์เริ่ม “ไม่โอเคแล้วจริงๆ” สำหรับพื้นที่ซอย 2-3 หาดจอมเทียน หลังชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างพากันแตกตื่น พบชายพฤติกรรมสุดอันตราย เดินถือมีดอาละวาดกลางชุมชน ไล่ทำร้ายคนแบบไม่เลือกหน้า พร้อมก่อเหตุงัดแงะทรัพย์สินต่อเนื่อง เปิดพฤติกรรมสุดหลอนเดินถือมีดเหมือนเรื่องปกติจากข้อมูลและหลักฐานในพื้นที่ พบว่าชายรายนี้ไม่ได้ก่อเหตุแค่ครั้งเดียว แต่ “ทำซ้ำแบบไม่กลัวอะไรเลย”...

คุณอาจชอบเนื้อหาเหล่านี้

กสม.เตรียมเสนอมหาดไทย ยกเลิกหนังสือเวียนห้ามนายทะเบียนท้องที่ดำเนินการเกี่ยวกับสิทธิสถานะ ชี้ไม่มีกฎหมายให้อำนาจและกระทบสิทธิประชาชนเกินจำเป็น

วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 10.30 น. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยนางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช และนางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ...

เกษตรกรระทม! ราคาปุ๋ยพุ่งกระฉูดสวนทางสต็อกเก่า ไบโอไทยตั้งข้อสังเกตส่วนต่างกำไรอาจสูงถึง 2.4 หมื่นล้าน

วิกฤตซ้ำเติมเกษตรกร! มูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กตั้งข้อสังเกตถึงผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงถึง 44.24 บาทต่อลิตร ซึ่งส่งผลกระทบลูกโซ่มายังราคาปุ๋ยเคมีที่เป็นปัจจัยการผลิตหลัก โดยพบว่าราคาขยับตัวสูงเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางคำถามถึงมาตรการกำกับดูแลของภาครัฐที่ยังไม่ชัดเจน เปิดตัวเลขสต็อกเก่าสวนทางราคาปัจจุบันไบโอไทยระบุว่า แม้ก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์จะเคยแถลงยืนยันปริมาณสต็อกปุ๋ยในประเทศมีสูงถึง 1.52 ล้านตัน (ข้อมูล ณ...

กสม. เผยการประกอบกิจการเหมืองแร่โพแทชใน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เสี่ยงละเมิดสิทธิฯ แนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแก้ไข

กสม. ชงข้อเสนอแนะการตรวจเก็บดีเอ็นเอโดยเคารพสิทธิฯ หลังพบกรณีละเมิดสิทธิและเสรีภาพประชาชนจากการบังคับตรวจและใช้อำนาจเกินขอบเขตกฎหมาย - ชี้โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงพื้นที่ชุมชนประชาสงเคราะห์ จ่ายค่าทดแทนเวนคืนที่ดินไม่เป็นธรรม และจำกัดสิทธิผู้ได้รับผลกระทบในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร - เผยกิจการเหมืองแร่โพแทช อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เสี่ยงละเมิดสิทธิฯ แนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแก้ไข วันศุกร์ที่...