วันพุธ, เมษายน 8, 2026
หน้าแรกคอลัมนิสต์วัชระ เพชรทอง“วัชระ” ทวงค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท จากนายกฯอนุทินพรรคภูมิใจไทย ระบุคำแถลงนโยบาย 78 หน้า ไม่ใส่ไว้ตามที่หาเสียงส่อหลอกลวงประชาชน!

Related Posts

“วัชระ” ทวงค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท จากนายกฯอนุทินพรรคภูมิใจไทย ระบุคำแถลงนโยบาย 78 หน้า ไม่ใส่ไว้ตามที่หาเสียงส่อหลอกลวงประชาชน!

เจาะลึกดีล “3 บาท” ที่หายไป สัญญาณเขย่าเก้าอี้สร.1 กับบทพิสูจน์ “สัจจะพรรคแกนนำ”

ท่ามกลางบรรยากาศเตรียมแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของรัฐบาลชุดใหม่ กลับมีสัญญาณ “ไม่ปกติ” ก่อตัวขึ้นจากถนนเศรษฐศิริ เมื่อปรากฏความเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ที่มีนัยสำคัญทางการเมืองอย่างยิ่ง แหล่งข่าวระดับสูงในวงการนิติบัญญัติเริ่มตั้งข้อสังเกตถึงความ “ว่างเปล่า” ในร่างคำแถลงนโยบายหนา 78 หน้า โดยเฉพาะประเด็น “ค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท” ซึ่งเป็นหัวเจาะสำคัญที่ส่งให้พรรคภูมิใจไทยผงาดขึ้นมาเป็นแกนนำในวันนี้

วงในยอมรับตรงกันว่า การยื่นหนังสือของ นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส. ปีกตัวตึงจากประชาธิปัตย์ ถึงมือ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่เรื่องของการทวงสัญญาทั่วไป แต่นี่คือ “ปฏิบัติการเปิดแผล” กลางโต๊ะเจรจาอำนาจ ก่อนที่การประชุมสภาฯ จะเริ่มขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง

แหล่งข่าวระดับสูงเปิดเผยว่า หลักฐานแผ่นพับหาเสียงที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและข้อมูลดิจิทัลที่ถูกส่งแนบไปด้วยนั้น คือ “ของแข็ง” ที่จงใจชี้ให้เห็นถึงความลักลั่นระหว่างคำมั่นสัญญาตอนหาเสียง กับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในเอกสารราชการ มีการประเมินกันในหมู่ผู้เล่นตัวจริงว่า หากตัวเลข “3 บาท” ถูกตัดออกจากร่างนโยบายรัฐบาลอย่างถาวร มันจะกลายเป็น “ระเบิดเวลา” ลูกใหญ่ที่ฝ่ายค้านจะใช้ถล่มความชอบธรรมในการบริหารงานตั้งแต่วันแรก

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการเชื่อมโยงเหตุการณ์อย่างมีชั้นเชิง:
• จุดเปลี่ยนเกม: นโยบายค่าไฟ 3 บาท เคยเป็นไม้ตายที่ดึงคะแนนจากฐานเสียงภาคใต้และคนชั้นกลาง แต่เมื่อต้องสวมหมวก “แกนนำรัฐบาล” การเผชิญหน้ากับโครงสร้างราคาพลังงานและกลุ่มทุนใหญ่ กลายเป็นโจทย์หินที่พรรคภูมิใจไทยกำลังถูกบีบให้เลือกข้าง
• สมดุลที่เสียไป: การที่พรรคคุมบังเหียนเบ็ดเสร็จ ทำให้ทุกตัวอักษรในนโยบายถูกจับจ้องว่าทำเพื่อใคร ระหว่าง “ประชาชน” ที่เฝ้ารอ หรือ “การรักษาเสถียรภาพ” กับกลุ่มผลประโยชน์ที่คุมกลไกราคาพลังงาน
ใครกำลังเดินเกมเงียบ?

ในสถานการณ์นี้ “ผู้เสียประโยชน์” ชัดเจนคือภาพลักษณ์ของพรรคแกนนำที่เสี่ยงต่อการถูกตราหน้าว่า “หลอกลวงประชาชน” ทันทีที่เริ่มงาน ขณะที่ “ผู้ได้ประโยชน์” คือกลุ่มขั้วอำนาจเก่าและฝ่ายค้านที่ได้ “อาวุธหนัก” มาไว้ในมือโดยไม่ต้องออกแรงเหนื่อย การเคลื่อนไหวของนายวัชระจึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณเตือนว่า ช่วงเวลา “ฮันนีมูน” ของรัฐบาลอนุทินอาจสั้นกว่าที่คิด

ในวันที่ 9-10 เมษายนนี้ เมื่อเอกสาร 78 หน้าถูกกางออกกลางสภาฯ สาธารณชนต้องร่วมกันพิสูจน์ว่า “สัจจะนักการเมือง” มีราคาแพงกว่า “ต้นทุนพลังงาน” หรือไม่?

หากตัวเลข 3 บาทหายไปจริง รัฐบาลจะใช้วาทกรรมชุดไหนมาอธิบายเพื่อดับไฟแค้นของประชาชนที่กำลังเผชิญวิกฤตค่าครองชีพสูงเป็นประวัติการณ์?

จับตาดูให้ดี… เพราะนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของรอยร้าวที่จะขยายตัวจนยากจะประสาน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts