วันที่ 10 เม.ย.69 ที่สำนักงาน ป.ป.ช.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยชี้มูลความผิด สส.ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ซึ่งถูก ปปง. มีมติให้อายัดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบหลังถูกกล่าวหาว่าร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ ทำเว็บไซต์การพนันออนไลน์และฟอกเงินตามสำนวนคดีของ สภ.เมืองสงขลา และ สภ.หาดใหญ่ กระทั่ง DSI ได้ยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว และล่าสุดอัยการสูงสุด มีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องคดีแล้ว จึงมีน้ำหนักเพียงพอที่ ป.ป.ช.จะดำเนินการชี้มูลความผิดว่า สส.คนดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากองค์กรรักชาติ รักแผ่นดินได้เคยนำความมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.เมื่อ 13 พ.ย.68 ให้ไต่สวนและมีความเห็นกรณี สส.ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันและฟอกเงินเข้าข่ายผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่แล้ว ซึ่ง DSI ได้ยื่นฟ้องต่อศาลไปแล้วเมื่อ 12 มี.ค.69 ที่ผ่านมา และเมื่อวันที่ 8 เม.ย.69 อัยการสูงสุดก็ได้มีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องนายชนนพัฒฐ์กับพวก ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ตามพรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3, 5, 60 พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2556 มาตรา 5, 6 พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558 มาตรา 5, 7, 10 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และแจ้งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินดำเนินการเกี่ยวกับรถยนต์ของกลางจำนวน 2 รายการ เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 48 ต่อไป
รวมทั้งสั่งฟ้องในความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนัน หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศ โฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าเล่นในการเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นพนันออนไลน์ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4, 4 ทวิ, 5, 12 พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2504 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 อีกด้วย
นายชนนพัฒฐ์ นั้น ยังคงเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อคณะกรรมการธุรกรรมของ ปปง.ได้ใช้อำนาจตามกฎฎหมายในการสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าว ซึ่ง DSI และอัยการมีคำสั่งเป็นที่สุดให้ยื่นฟ้องทั้งคดีฟอกเงินและคดีจัดให้มีการเล่นการพนัน อันเป็นความผิดทางอาญา เป็นที่ครหาของสังคมอย่างมาก อันอาจถือได้ว่ามิได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เพื่อตนเอง หรือผู้อื่น ไม่ประพฤติตนอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชน ย่อมก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหน่ง เป็นการถือประโยชน์ส่วนตนเหนือกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติหรือไม่
ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำข้อมูลพยานหลักฐานต่างๆ มายื่นเพิ่มเติมให้ ป.ป.ช.ได้เร่งพิจารณาไต่สวนและมีความเห็นชี้มูลความผิดเพื่อส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาพิพากษาตามครรลองของกฎหมายต่อไป






