โซล, 9 ก.ค. (ซินหัว) — วันพฤหัสบดี (9 ก.ค.) ศาลสูงสุดของเกาหลีใต้มีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้จำคุกยุน ซอก-ยอล อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เป็นเวลา 7 ปี ฐานขัดขวางกระบวนการจับกุม โดยระบุว่าคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ไม่มีข้อผิดพลาดในการบังคับใช้หลักกฎหมาย และถือเป็นครั้งแรกที่ศาลสูงสุดมีข้อยุติเกี่ยวกับยุนนับตั้งแต่ยุนประกาศกฎอัยการศึกในเดือนธันวาคม 2024
เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ปีนี้ ศาลสูงกรุงโซลมีคำพิพากษากลับคำตัดสินของศาลชั้นล่างในคดีขัดขวางกระบวนการจับกุมของยุน ส่งผลให้โทษจำคุกเพิ่มขึ้นจาก 5 ปี เป็น 7 ปี โดยคณะทำงานของโช อึน-ซุก ที่ปรึกษาอิสระ ซึ่งเป็นผู้นำการสืบสวนสอบสวนข้อหาก่อกบฏและข้อหาอื่นๆ ของยุน ได้ประกาศเสนอให้ศาลล่างและศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกยุนเป็นเวลา 10 ปี
ยุนถูกตั้งข้อหาว่าใช้อำนาจในทางมิชอบหลังสั่งเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดีจัดกำลังเป็นแนวกำบังมนุษย์และใช้รถบัสปิดกั้นทางเข้า เพื่อขัดขวางเจ้าหน้าที่สอบสวนไม่ให้เข้าไปในทำเนียบประธานาธิบดีเพื่อจับกุมเขาตามหมายจับของศาลในเดือนมกราคม 2025
นอกจากนี้ ยุนยังถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจในทางมิชอบ โดยขัดขวางไม่ให้สมาชิกคณะรัฐมนตรี 9 คนใช้สิทธิ์ในการพิจารณาประกาศกฎอัยการศึกด้วยการเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีแบบเลือกเฉพาะบุคคล อีกทั้งถูกตั้งข้อหาปลอมแปลงเอกสารและสั่งเผยแพร่เอกสารข้อมูลเป็นเท็จให้สื่อมวลชน
อนึ่ง ยุนประกาศกฎอัยการศึกฉุกเฉินในคืนวันที่ 3 ธ.ค. 2024 ก่อนที่รัฐสภาจะมีมติยกเลิกในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ต่อมาเมื่อเดือนมกราคม 2025 ยุนถูกตั้งข้อหาขณะถูกควบคุมตัวในฐานะผู้ต้องสงสัยว่าเป็นแกนนำการก่อกบฏ นับเป็นประธานาธิบดีคนแรกในเกาหลีใต้ที่ถูกจับกุมและตั้งข้อหาขณะดำรงตำแหน่ง
(แฟ้มภาพซินหัว : ยุน ซอก-ยอล อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ หลังเข้าร่วมการไต่สวนในกรุงโซล ของเกาหลีใต้ วันที่ 9 ก.ค. 2025)



