ตำรวจกองบังคับการปราบปราม นำรั้วมากั้นเป็นแนวไว้แต่เช้า เพื่อจัดระเบียบสื่อมวลชนให้อยู่ในพื้นที่หลังรั้วกั้น พร้อมทั้งนำรถตู้มาจอดเตรียมไว้ ซึ่งสื่อมวลชนมาเฝ้ารอการฝากขัง นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กับพวกรวม 6 คน ในคดีร่วมกรรโชกทรัพย์ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมือง 2.5 ล้านบาท แลกกับการไม่แฉเรื่องการปล่อยผู้ต้องกักชาวจีน
แต่ปรากฎว่า ตำรวจได้สับขาหลอก พาตัวนายอัจฉริยะ กับพวกออกด้านหลังลานจอดรถ เพื่อหลบสื่อมวลชน
ส่วนทางด้านคดี พลตำรวจตรี พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม ให้ข้อมูลว่า พนักงานสอบสวนได้มีการแยกสอบปากคำผู้ต้องหาคนละชั้น แล้วเสร็จเมื่อช่วงเช้ามืด ซึ่งทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว ส่วนรายละเอียดการสอบปากคำนั้น ไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากอยู่ในสำนวนคดี ส่วนสาเหตุที่ต้องสอบปากคำนาน เพราะมีรายละเอียดเกี่ยวกับการรับเงิน เพราะเป็นการแจ้งข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์จะต้องนำเรื่องทรัพย์มาดำเนินการสอบสวนเป็นหลัก
สำหรับคดีนี้ต้องแยกออกเป็น 2 ส่วน ในส่วนคดีการนำผู้ต้องหาชาวจีนออกจากห้องกักของตรวจคนเข้าเมือง ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการไปที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลดำเนินการสอบสวนในเรื่องนี้ แต่ในกรณีที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาในเรื่องร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ทางกองบังคับการปราบปรามมีการดำเนินการเรื่องนี้











