หนุ่มดวงซวยมาช่วยเพื่อนเก็บของ โดนลูกหลงแฟนเก่าหึงโหดฟันหน้าเย็บ 58 เข็ม เอ็นนิ้วขาด ร้อง ‘จ่าคิงส์’ พาพึ่งกองปราบ หวั่นคดีไม่คืบ หลังถูกญาติขาใหญ่ข่มขู่ย้ายหนีทั้งตระกูล
หนุ่มดวงซวยหวังดีมาช่วยเพื่อนเก็บซ่อมบ้านหลังถูกอดีตแฟนน้องสาวบุกพัง ขากลับโดนลูกหลง แฟนเก่าหึงหน้ามืดปรี่เข้าแทง ยับเย็บหน้า 58 เข็ม ซ้ำร้ายโดนตามคร่อมหวังปลิดชีพ ฮึดสู้แย่งมีดเอ็นนิ้วขาดเย็บอีก 25 เข็ม พิการทำมาหากินไม่ได้ ด้านผู้เสียหายร้อง “จ่าคิงส์ สะพานใหม่” พาเข้าร้องกองปราบปราม เหตุคดีอืด-คนร้ายลอยนวล แถมญาติผู้ต้องหาโชว์กร่างข่มขู่เอาชีวิตยกตระกูล จนแม่-เมียท้องแก่เครียดหนักเสี่ยงแท้ง ต้องหอบลูกหนีไปกบดานที่อื่น
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 พ.ค. 69 ที่บริเวณริมฟุตบาทหน้าแดนเนรมิตเก่า จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ ได้พาคุณเมย์ (นามสมมุติ) และครอบครัว เดินทางเข้าร้องเรียนและขอความเป็นธรรมต่อกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญแต่คดีไม่มีความคืบหน้า และผู้ต้องหายังไม่ถูกควบคุมตัว จนครอบครัวต้องอยู่อย่างหวาดระแวงและหวาดกลัวอิทธิพลในพื้นที่
*ชนวนเหตุ “หึงหวงหน้ามืด” พังบ้าน-หมายเอาชีวิต
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 18.30 น. บริเวณชายคลองบางบัว แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ (พื้นที่ สน.ทุ่งสองห้อง) ผู้ก่อเหตุคือ นายสุรพงศ์ หรือ ตุ่น อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นอดีตแฟนหนุ่มของน้องสาวสามีคุณเมย์ ที่เลิกรากันไปได้ประมาณ 2 เดือน แต่นายตุ่นไม่ยอมจบ เนื่องจากเห็นฝ่ายหญิงโพสต์บอกรักแฟนใหม่ เกิดความแค้นคิดว่าถูกเยาะเย้ย และฝังใจเจ็บคิดว่าคนในบ้านสมรู้ร่วมคิด โดยเฉพาะน้องชายที่ชื่อ “บิว” จึงเกิดความอาฆาตมาดร้ายและเคยพยายามจะแทงนายบิวมาแล้วครั้งหนึ่ง
ในวันเกิดเหตุ นายตุ่นได้ถือมีดบุกเข้าไปในบ้านหวังจะแทงนายบิว แต่ไม่มีใครอยู่เนื่องจากไปงานศพ นายตุ่นจึงระบายอารมณ์ด้วยการฟันทำลายข้าวของ ฟันตัดท่อประปาแตก และขนเสื้อผ้าของคนในบ้านไปโยนทิ้งคลองทั้งหมด ซึ่งเป็นจังหวะที่แม่สามีกลับมาเห็นพอดี จึงได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สน.ทุ่งสองห้อง และโทรศัพท์แจ้งให้คุณเมย์และแฟนหนุ่ม (นายณัฐพร ) ซึ่งพักอยู่ย่านสายไหม ให้รีบมารับลูกสาวออกจากพื้นที่เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย
*หนุ่มดวงซวยมาช่วยเพื่อน โดนลูกหลงหวิดสิ้นชื่อ
ต่อมา คุณเมย์และแฟนหนุ่มได้เดินทางมาถึง โดยมีเพื่อนของแฟนคือ นายสุเนตร และแฟนสาว อาสาเดินทางมาด้วยเพื่อช่วยเก็บกวาดและซ่อมแซมบ้านที่เสียหาย ในระหว่างที่กำลังเดินเข้าบ้าน นายตุ่นผู้ก่อเหตุพร้อมกับพวกอีก 1 คน ได้ย้อนกลับมาพร้อมขวดและอาวุธมีดพก พยายามจะพังประตูเข้าไปทำร้ายคนในบ้าน พร้อมตะโกนขู่ว่า “กูไม่สน กูจะฆ่ามึงให้ตาย กูเคยฆ่ามาแล้วศพนึงมึงรู้ใช่ไหม”
เมื่อนายตุ่นหันมาเห็นคุณเมย์และนายสุเนตร (เพื่อนแฟน) เดินมา จึงเกิดอาการคลุ้มคลั่งปรี่เข้าใช้มีดฟันแทงนายสุเนตรจนได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ใบหน้า นายสุเนตรพยายามวิ่งหนีแต่เกิดสะดุดล้มตรงเนินดิน นายตุ่นจึงตามขึ้นไปคร่อมนั่งบนตัวและพยายามจะใช้มีดแทงซ้ำเพื่อเอาชีวิต แฟนของคุณเมย์เห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งเข้าไปกระชากตัวนายตุ่นออก ทำให้ถูกนายตุ่นหันกลับมาแทง แต่หลบทัน นายสุเนตรที่เห็นเพื่อนกำลังจะถูกแทงจึงแข็งใจลุกขึ้นมาช่วยแย่งมีด จนทำให้ถูกมีดบาดเอ็นนิ้วมือขาดไป 2 นิ้ว ก่อนที่ทางญาติและสามีคุณเมย์จะช่วยกันควบคุมตัวนายตุ่นที่อยู่ในสภาพมึนเมาสุราอย่างหนักเอาไว้ได้ และรีบนำตัวนายสุเนตรส่งโรงพยาบาลภูมิพลเป็นการด่วน
*เย็บยับรวม 83 เข็ม – คดีอืด แถมเจอขู่ยกตระกูล
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้นายสุเนตร เพื่อนที่หวังดีมาช่วยงาน ต้องรับเคราะห์สาหัส มีแผลเหวอะที่ใบหน้าเย็บถึง 58 เข็ม และที่นิ้วมือจากการแย่งมีดจนเอ็นขาดเย็บอีก 25 เข็ม รวมทั้งสิ้น 83 เข็ม จนปัจจุบันไม่สามารถประกอบอาชีพทำมาหากินได้และเดือดร้อนอย่างหนัก
ขณะเดียวกัน หลังเกิดเหตุทางญาติของผู้ต้องหาซึ่งอ้างตัวว่าเป็นขาใหญ่หรือนักเลงย่านบางบัว ได้เดินทางมาที่ สน.ทุ่งสองห้อง และพยายามจะแจ้งความกลับแต่ตำรวจไม่รับคำร้อง ทำให้เกิดความไม่พอใจและพูดจาข่มขู่แม่สามีของคุณเมย์ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า “เดี๋ยวเจอกันรอบนอก กูไม่จบแน่ จะเอาให้ตายทั้งตระกูล”
ทำให้ครอบครัวของคุณเมย์เกิดความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ปัจจุบันแม่สามีและพี่ชายต้องอพยพไปอาศัยอยู่บ้านน้าสะใภ้ชั่วคราว และต้องทำเรื่องย้ายโรงเรียนหนีให้ลูกสาวเพราะไม่กล้ากลับเข้าพื้นที่อีกเลย
ด้านคุณเมย์ (ผู้เสียหาย) เปิดเผยด้วยความอัดอั้นว่า ตอนนี้ตนเองเครียดสะสมอย่างหนักจนมีภาวะแท้งคุกคาม เนื่องจากต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างหวาดระแวง และผู้ก่อเหตุก็ยังไม่ถูกควบคุมตัวอย่างเป็นทางการ จึงอยากกราบขอความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ให้ช่วยเร่งรัดคดีและดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุดตามฐานความผิดร่วมกันพยายามบุกรุกในเวลากลางคืนโดยใช้อาวุธ, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส, ทำให้เสียทรัพย์ และพยายามทำร้ายร่างกาย ขอความคุ้มครองเพื่อความปลอดภัยของครอบครัวต่อไป


































