จากกรณีที่ “จ่าแดง วันทา” หรือ ด.ต.พรพิสิฐ วงศ์วานิช อดีตตำรวจกองปราบปรามและผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ได้พานักธุรกิจชาวฮ่องกง Mr. Chan อายุ 55 ปี เพื่อนสนิทของซุปเปอร์สตาร์ระดับโลก “หลิว เต๋อหัว” และเป็นผู้ประสานงานนำ “จา พนม” ไปร่วมแสดงภาพยนตร์ เข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อเปิดเผยข้อมูลและเตือนภัยสังคม หลังเกือบตกเป็นเหยื่อของขบวนการ “สองผัว-เมีย สแกมเมอร์ชาวไทย” ที่สร้างโปรไฟล์หรูหลอกระดมทุนข้ามชาติ โดยแอบอ้างชื่อร้านแลกเงินชื่อดัง “ซุปเปอร์รีช” ในการชักชวนลงทุน เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 มีรายงานว่า หลังจากสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวของ Mr. Chan ออกไป ได้มีผู้เสียหายหลายรายติดต่อกลับมาทางจ่าแดงเพื่อยื่นข้อมูลเพิ่มเติม บางรายอยู่ระหว่างเตรียมตัวเข้าแจ้งความ และบางรายได้ดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งแล้ว
โดยในวันเดียวกัน ได้มีผู้ประสานงานรายหนึ่ง (นายบอย) ติดต่อเข้ามาให้ข้อมูลว่า เจ้านายของตนตกเป็นผู้เสียหายจากมิจฉาชีพ 2 ผัวเมียคู่นี้เช่นเดียวกัน โดยถูก “น.ส.การ์ตูน” หลอกลวงให้ร่วมลงทุนในลักษณะอ้างชื่อ “ซุปเปอร์รีช” จนได้รับความเสียหายมูลค่าสูงถึงกว่า 40 ล้านบาท พร้อมทั้งส่งหลักฐานชิ้นสำคัญเป็นสลิปการโอนเงินจำนวนมากมาให้ตรวจสอบ ทั้งนี้ทางฝั่งผู้เสียหายรายดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างรักษาตัวที่โรงพยาบาล โดยมีกลุ่มลูก ๆ กำลังรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีกับสองผัวเมียรายนี้อย่างถึงที่สุด
จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่า พฤติกรรมของสองผัวเมียคู่นี้มีประวัติที่ไม่ธรรมดา โดยปรากฏหลักฐานตามคำฟ้องของศาลฯ ช่วงเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่ง พนักงานอัยการฯ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.การ์ตูน ในฐานความผิด “ฉ้อโกง”
โดยระบุว่า จำเลยได้บังอาจหลอกลวง ผู้เสียหาย ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริง โดยอ้างว่าตนเองเป็นเจ้าของธุรกิจหลายกิจการ มีทรัพย์สินเพียงพอที่จะชำระหนี้ ใช้เช็คเด้งค้ำประกันจำเลยได้เสนอขอกู้ยืมเงินจากผู้เสียหายรวม 2 ครั้ง ครั้งแรกจำนวน 12,600,000 บาท และครั้งที่สองจำนวน 7,000,000 บาท โดยมีการส่งมอบเช็คธนาคารไว้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ แต่เมื่อถึงกำหนดผู้เสียหายนำเช็คไปขึ้นเงิน กลับถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเนื่องจากไม่มีเงินในบัญชี (เช็คเด้ง) และจำเลยไม่ยอมชดใช้คืนตามสัญญา รวมมูลค่าความเสียหายตามคำฟ้องทั้งสิ้น 19.6 ล้านบาท19,600,000 บาท เหตุเกิดที่แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ซึ่งในชั้นสอบสวน จำเลยให้การปฏิเสธ
นอกจากนี้ สำนักงานอัยการฯได้ทำหนังสือแจ้งวันนัดคุ้มครองสิทธิและนัดพร้อมเพื่อตรวจพยานหลักฐานแก่ โจทก์ในเดือน มิถุนายน 2569 นี้ ที่ศาล
ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ แฉซ้ำประวัติอาชญากรรมของ “น.ส.การ์ตูน” เพิ่มเติมว่า ก่อนหน้าคดีนี้ เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลอาญามีนบุรี ในความผิดฐาน “ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค” เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2565 โดยศาลสั่งลงโทษ จำคุกเป็นเวลา 6 เดือน
ทว่า จำเลยพ้นโทษออกมาเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 แล้วกลับมากระทำความผิดซ้ำในคดีฉ้อโกงนี้อีกภายในเวลาไม่ถึง 5 ปี นับแต่พ้นโทษ เข้าลักษณะไม่เข็ดหลาบในการกระทำความผิด
ขณะนี้ ทางกลุ่มผู้เสียหายรายใหม่รวมถึงฝั่งของ Mr. Chan Wai และจ่าแดง อยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อนำหลักฐานชุดใหม่ โดยเฉพาะกรณีการหลอกลงทุนมูลค่า 38 ล้านบาท เข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษ น.ส.การ์ตูน เพิ่มเติม ที่ สน.หัวหมาก หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามดำเนินคดีลากคอสองผัวเมียสแกมเมอร์คู่นี้มาลงโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุดต่อไป

















