เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 29 พ.ค.69 ที่ห้องแถลงข่าว “ชัยจินดา” ชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.5 บก.ป. ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการ “Buffalo Hunter” ทลายเครือข่ายแก๊งควายรายใหญ่ หลอกลวงผู้เสียหายเล่นพนันกำถั่ว จนสูญเสียทรัพย์สินหมดตัว รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 64 ล้านบาท
*พฤติการณ์แห่งคดี ล่อซื้อที่ดิน ก่อนต้อนเข้าบ่อนกำถั่ว
คดีนี้เริ่มต้นจากกลุ่มมิจฉาชีพทำทีติดต่อขอซื้อที่ดินจากผู้เสียหายในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มูลค่าประมาณ 70,000,000 บาท โดยมีการนัดหมายกันเพื่อสร้างความสนิทสนม ต่อมากลุ่มคนร้ายได้พาผู้เสียหายไปพบกับ “นายเสือ” ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นเศรษฐีที่ดิน มีเงินสดจำนวนมากและชอบเล่นพนันกำถั่ว
จากนั้น กลุ่มคนร้ายได้ชักชวนให้ผู้เสียหายเข้าร่วมเล่นพนันด้วยเพื่อทดสอบว่านายเสือชอบเล่นพนันจริงหรือไม่ ในช่วงแรกกลุ่มคนร้ายยอมให้ผู้เสียหายชนะได้เงิน แต่อุบายที่แท้จริงคือการล่อให้เหยื่อร่วมลงทุนเพิ่ม จนกระทั่งเมื่อผู้เสียหายหลงกลตกเป็นเหยื่อ กลุ่มคนร้ายจึงร่วมกันโกงจนผู้เสียหายสูญเงินและทรัพย์สินไปจนหมดตัว
เมื่อผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอกและพยายามทวงเงินคืน กลุ่มคนร้ายได้ตัดขาดการติดต่อและหลบหนีไป ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน
*ปฏิบัติการปราบปรามและจับกุมผู้ต้องหา
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้สืบสวนแกะรอยพบว่า กลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้มีประวัติก่อเหตุมาอย่างโชกโชน มีหมายจับติดตัวในหลายพื้นที่ และมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป. ได้เปิดปฏิบัติการปูพรมเข้าตรวจค้น 6 จุด ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่, กรุงเทพมหานคร, ภูเก็ต และสงขลา
สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดี “ร่วมกันฉ้อโกง” และข้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ทั้งหมด 6 ราย ประกอบด้วย
1.น.ส.พิมพ์ศา หรือหงส์ อายุ 62 ปี (หมายจับศาลจังหวัดสงขลา ข้อหาอั้งยี่, ซ่องโจร, ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์)
2.นางทิวาลัย หรือหลิน อายุ 71 ปี (หมายจับศาลจังหวัดหัวหิน ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์)
3.นายพจน์ อายุ 55 ปี (หมายจับศาลจังหวัดหัวหิน ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์)
4.น.ส.สุจิรา อายุ 63 ปี (หมายจับศาลแขวงภูเก็ต ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงผู้อื่น)
5.นายปรีดา อายุ 61 ปี (หมายจับศาลแขวงภูเก็ต ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง)
6.นายธนกฤต อายุ 64 ปี (หมายจับศาลแขวงภูเก็ต ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง)
ผลการตรวจค้นทรัพย์สินของกลาง เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดทรัพย์สินได้หลายรายการ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดและอายัดกว่า 24,000,000 บาท ประกอบด้วย เงินสด 1,004,410 บาท , สมุดบัญชีธนาคาร/บัตรเครดิต 19 เล่ม/ใบ , ทองคำหนักรวม 17 บาท , อาวุธปืน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 207 นัด , สายคาดธนบัตรของธนาคาร 5 ชิ้น , สินค้าแบรนด์เนม 14 ชิ้น, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 6 รายการ และเครื่องประดับ 59 ชิ้น , เงินปลอม 217 ใบ, พระเครื่อง 10 องค์ และเอกสารอื่นๆ
*ตำรวจสอบสวนกลางฝากเตือนภัยประชาชน
พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. กล่าวเน้นย้ำและฝากเตือนภัยถึงพี่น้องประชาชน ให้ระมัดระวังกลุ่มบุคคลที่เข้ามาติดต่อขอซื้อทรัพย์สินหรือที่ดินในราคาสูงเกินจริง แล้วชักชวนให้เข้าสู่วงพนัน ไม่ว่าจะด้วยข้ออ้างใดก็ตาม เพราะพฤติกรรมดังกล่าวเป็นรูปแบบของ “แก๊งควาย” ที่หลอกลวงต้มตุ๋น หากพบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลมายังกองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



























