ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปชก.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปชก.ตร., พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม.,
สั่งการให้ พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., และ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 ระดมชุดสืบสวนปราบปราม โดยสนธิกำลังจาก กองบังคับการปราบปราม และ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 นำโดย ว่าที่พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3, และ พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี, นำกำลัง
ร่วมกันตรวจค้นและควบคุมตัวบุคคลที่ทางการประเทศจีนต้องการตัวทั้ง 4 ราย ปิดเกมแก๊งทวงหนี้โหด รีดเงินเหยื่อด้วยความรุนแรง
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 มี.ค. 68 สำนักงานความมั่นคงเฟิงหนาน เมืองถังชาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ออกหมายประกาศจับ 4 ผู้ต้องหาคนสำคัญในความผิดฐาน ประกอบธุรกิจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก่อความวุ่นวาย และทวงหนี้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
โดยแก๊งจีนเทานี้ มีพฤติการณ์ที่โหดเหี้ยม ผู้ต้องหาที่ 1 ในฐานะ “หัวหน้า“ ระดับสั่งการให้ผู้ต้องหาที่ 2, 3 และ 4 ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยมหาโหดให้เหยื่อในจีน กว่า 40 ราย ในอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า 30% ต่อเดือน เมื่อเหยื่อรายใดจ่ายไม่ทันกำหนด ผู้ต้องหาที่ 2 และผู้ต้องหาที่ 3 จะลงมือจับตัวไปกักขังในห้องเช่า ก่อนสมคบกับผู้ต้องหาที่ 4 ทุบตีและทรมานด้วยวิธีต่างๆ เพื่อขูดรีดทรัพย์สินจนหยดสุดท้าย
จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจากชุดสืบสวน กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 (กก.สส.บก.ตม.3) ที่เกาะติดความเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวต่างชาติต้องสงสัยในพื้นที่ จ.ชลบุรี มาอย่างต่อเนื่อง สืบทราบว่าผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 รายนี้ เป็นบุุคลที่ทางการประเทศจีนต้องการตัว จึงรวบรวมพยานหลักฐานเชื่อมโยงพฤติกรรม พบว่าผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 ราย เข้าข่ายเป็นภัยต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย และอยู่ระหว่างเตรียมดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร
ต่อมาได้รับการประสานและข้อมูลเพิ่มเติมจาก กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (กก.2 บก.ป.) ซึ่งสืบสวนขยายผลพบแหล่งกบดานใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ยืนยันว่าบุคคลต้องสงสัยกลุ่มนี้คือแก๊งมาเฟียจีนเทา ที่หลบหนีหมายจับและข้ามน้ำข้ามทะเลมาซุกตัวในไทย จึงสนธิกำลังเปิดปฏิบัติการร่วมกัน โดยพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย มีพฤติกรรม จงใจหลบเลี่ยง — ไม่ลงทะเบียนยานพาหนะ ไม่ทำธุรกรรมในชื่อหรือหนังสือเดินทางของตัวเอง เพื่อตัดทุกร่องรอยที่อาจนำไปสู่ตัว หลังการสืบสวน ชุดสืบสวนสามารถระบุพิกัดได้สำเร็จ ผู้ต้องหาที่ 2 และ 3 ซุกตัวอยู่ในพื้นที่ ต.ตะเคียนเตี้ย ส่วนผู้ต้องหาที่ 1 พำนักอยู่กับผู้ต้องหาที่ 4 ในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของทั้ง 4 คน อย่างใกล้ชิด แต่เนื่องจากกลุ่มมาเฟียดังกล่าวเป็นบุคคลอันตราย พร้อมก่ออาชญากรรมอย่างอุกอาจ สตม. โดย กก.สส.บก.ตม.3 และ ตม.จว.ชลบุรี จึงพิจารณาเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของ Mr. A, Mr. B และ Ms. A นอกจากนี้ ยังตรวจสอบพบว่า Mr. C เป็นคนต่างด้าวที่อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดนานกว่า 245 วัน ก่อนขออนุมัติหมายค้นศาลจังหวัดพัทยา เปิดปฏิบัติการบุกเข้าจับกุมพร้อมกันที่บ้านหรู 2 แห่งใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และพบตัวผู้ต้องหาครบทั้ง 4 ราย ไม่มีใครหลุดรอด — ควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 4 นำส่ง กก.3 บก.สส.สตม. (ห้องกัก ตม.สวนพลู) และผลักดันส่งตัวอาชญากรทั้ง 4 ราย กลับประเทศไปรับโทษตามกฎหมายต่อไป
เตือนภัยประชาชน หลีกเลี่ยงการกู้เงินจากแอปพลิเคชันหรือกลุ่มทุนต่างชาติที่ไม่ได้รับอนุญาต เพราะมักแฝงด้วยดอกเบี้ยมหาโหดและการทวงหนี้ที่ผิดกฎหมายและรุนแรง
การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง ทั้งนี้ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น












