เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 มิ.ย. 69 นายดาว หมวกอินทร์ อายุ 53 ปี ตัวแทนชาวบ้านผู้เสียหายจาก จ.มหาสารคาม เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อนำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับคดีฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุมมาส่งมอบเพิ่มเติม หลังจากที่ได้เดินทางมาร้องเรียนก่อนหน้านี้
*เสียหายยับ 1,400 ล้าน สมาชิกตายแล้วยังไม่ได้เงิน
นายดาว เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาในฐานะตัวแทนผู้เสียหายเพื่อติดตามความคืบหน้าและยื่นหลักฐานเพิ่มเติม โดยคดีนี้มีมูลค่าความเสียหายรวมกันสูงถึงประมาณ 1,400 ล้านบาท และยังมีสมาชิกที่ถูกค้างจ่ายเงินอยู่อีกกว่า 4,800 ราย
สำหรับกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 มีสมาชิกทั้งหมดราว 40,000 ราย แต่กลับมีระบบการทำงานที่ “พิสดาร” กว่าที่อื่น กล่าวคือ
“ฌาปนกิจทั่วไปเมื่อสมาชิกเสียชีวิต ญาติจะได้รับเงินทันที แต่ที่วาปีปทุมกลับตั้งเงื่อนไขว่า สมาชิกบางรายต้องเสียชีวิตไปแล้ว 1 ปี บางราย 1 ปีครึ่ง หรือบางรายต้องถึง 2 ปี ถึงจะเริ่มคุ้มครอง แต่ท้ายที่สุดเมื่อถึงเวลาก็ยังได้เงินไม่ครบตามที่สัญญาไว้” นายดาว กล่าว
ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2566 นายทะเบียนได้ตรวจพบความผิดปกติว่ามีการค้างจ่ายเงินเยียวยาแก่สมาชิกเป็นจำนวนมโหฬาร กระทรวงมหาดไทยจึงได้มีคำสั่งปิดกองทุนดังกล่าว ซึ่งจนถึงปัจจุบันถูกปิดมานานกว่า 3 ปีแล้ว แต่เรื่องกลับเงียบหาย
*เซ็งอัยการสั่งไม่ฟ้อง 19 ผู้บริหาร ต้องบึ่งพึ่ง “สอบสวนกลาง”
นายดาว ระบุต่อว่า สิ่งที่ทำให้ชาวบ้านรู้สึกสะเทือนใจและเดือดร้อนอย่างหนัก คือในส่วนของคดีความ ทางอัยการได้มีคำสั่งไม่ฟ้องผู้บริหารกองทุนทั้ง 19 คน ทำให้กลุ่มผู้บริหารยังคงใช้ชีวิตกันอย่างสุขสบาย ในขณะที่กลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ จ.มหาสารคาม ไม่สามารถพึ่งพาการสั่งฟ้องในท้องที่ได้ จึงต้องเดินสายร้องเรียนตามหน่วยงานต่างๆ จนกระทั่งตัดสินใจเดินทางมาพึ่งบารมีตำรวจสอบสวนกลางในที่สุด
พร้อมกันนี้ นายดาวได้กล่าวทิ้งท้ายเพื่อแสดงความขอบคุณ ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ที่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือและเป็นกระบอกเสียงให้กับพี่น้องประชาชนผู้เดือดร้อนในคดีนี้ทั่วประเทศ





