วันอังคาร, กรกฎาคม 7, 2026
หน้าแรกสืบเศรษฐกิจEECเปิดโมเดลใหม่รถไฟเชื่อม3สนามบิน ขยาย "แอร์พอร์ตลิงค์"-เปิดทางเอกชนเช่าราง

Related Posts

เปิดโมเดลใหม่รถไฟเชื่อม3สนามบิน ขยาย “แอร์พอร์ตลิงค์”-เปิดทางเอกชนเช่าราง

เลขาอีอีซีเตรียมแผนรองรับปรับโมเดลรถไฟความเร็วสูงเชื่อม3สนามบิน หลังกลุ่มทุนซีพี.แจ้งเลิกสัญญา ขยายรถไฟสายตะวันออกให้รองรับรถไฟความเร็วปานกลาง เปิดทางเอกชนเช่าใช้รางได้ พร้อมขยายเส้นทางสายสีแดงถึงสุวรรณภูมิ

นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผยว่าในการประชุมร่วม 3 ฝ่าย ระหว่าง สกพอ.รฟท.และบ.เอเชีย เอราวัน เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ได้หารือร่วมกันแล้วว่า หากคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ กพอ.(บอร์ดอีอีซี) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ไม่เห็นชอบกับการแก้ไขสัญญา ในขั้นตอนต่อไปทางเอกชนสามารถใช้สิทธิ์แจ้งสิ้นสุดสัญญาได้โดยไม่ถือเป็นความผิด

โดยในระหว่างนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการฯ ในวันที่ 15 ก.ค.2569 และการประชุมคณะกรรมการกำกับรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินในวันที่ 21 ก.ค. 2569 ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนก่อนเสนอ กพอ. ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงปลายเดือนก.ค. นี้

@ ขยายแอร์พอร์ตลิงค์ทดแทนไฮสปีดเทรน

ทั้งนี้จากการหารือร่วมกับรฟท. ได้หลักการร่วมกันว่า จะมีการปรับรูปแบบรุไฟเชื่อม 3 สนามบินจากรถไฟความเร็วสูง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มาเป็นรถไฟความเร็วปานกลาง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยรฟท.จะปรับปรุงด้านโยธาโครงสร้างพื้นฐานของเส้นทางรถไฟสายตะวันออกขนาด 1 เมตรที่มีในปัจจุบัน เพื่อให้สามารถรองรับรถไฟความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ และติดระบบไฟฟ้าไปถึงอู่ตะเภาสำหรับขบวนรถที่เป็นระบบไฟฟ้า ซึ่งวิธีนี้ ทำได้เร็วและสามารถเปิดเดินรถได้ใน 4 ปี ใกล้เคียงกับการเปิดใช้สนามบินอู่ตะเภาเมืองการบิน

“รูปแบบนี้ สามารถทำได้เร็ว และใช้เงินลงทุนต่ำกว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยมีกรอบวงเงินร่วมลงทุนงานโยธาตามเงื่อนไขเดิม คือรัฐจะจ่ายเมื่อเอกชนเปิดเดินรถไฟความเร็วสูงรวม 149,650 ล้านบาท หรือไม่เกิน 120,000 ล้านบาท หากมีการแก้ไขสัญญามาเป็นการ”สร้างไปจ่ายไป” ซึ่งวงเงินดังกล่าวจะใช้สำหรับการปรับปรุงโครงสร้างเส้นทางรถไฟขนาด 1 เมตรที่มีอยู่เดิมจากหัวหมาก-ฉะเชิงเทรา-อู่ตะเภา และติดตั้งระบบจ่ายไฟฟ้าเหนือหัวแล้ว ยังเหลือสำหรับขยายทางรถไฟไปถึงระยองได้อีก”

@ ขยายรถไฟสายสีแดงถึงสุวรรณภูมิ

นอกจากนี้ยังจะปรับเปลี่ยนโครงการเดิมจาดที่ต้องก่อสร้างโครงสร้างทางใหม่ หรือ Super Structureมาเป็นการใช้ทางรถไฟที่มีอยู่ โดยเริ่มจากดอนเมืองเข้ามาที่บางซื่อจะใช้โครงข่ายรถไฟสายสีแดง, ช่วงจากบางซื่อ-พญาไท รฟท.ต้องเร่งรัดโครงการสายสีแดง (Missing Link) ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก ซึ่งมีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ร่วมด้วย ดังนั้นรฟท.อาจต้องพิจารณาว่าจะปรับปรุงเพิ่มรางขนาด 1 เมตรเข้าไปด้วยได้หรือไม่ เพื่อให้รถไฟสีแดงวิ่งเข้าสู่มักกะสันไปจนถึงสุวรรณภูมิได้โดยผู้โดยสารไม่ต้องเปลี่ยนระบบหลายครั้ง ขณะที่แอร์พอร์ตลิงก์เองก็ถึงเวลาที่ต้องซ่อมบำรุงใหญ่แล้วด้วย ส่วนจากสุวรรณภูมิไปอู่ตะเภา ปัจจุบันมีเส้นทางรถไฟทางคู่สายตะวันออกอยู่แล้ว

@ เปิดทางเอกชนเช่าใช้ราง

สำหรับรูปแบบการเดินรถจะมี 2 แนวทาง คือ 1. เปิดให้เอกชนมาร่วมลงทุนบริหารจัดการเดินรถ รูปแบบ PPP Net Cost หรือ 2. ให้เอกชนเช่าใช้ราง โดยรฟท.คิดค่าใช้ประโยชน์ราง (Access Charge) ซึ่งดำเนินการได้แล้วตามพ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ.2568 ซึ่งเอกชนที่สนใจรวมถึง บริษัท เอเชีย เอรา วัน ยังสามารถเข้าร่วมประมูลแข่งขันได้เช่นกัน เพราะการสิ้นสุดสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินครั้งนี้ไม่ใช่ความผิดของคู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่ายและบังสามารถมีบริการรถไฟที่หลากหลาย ทั้งรถไฟฟ้าชานเมือง (Commuter train), รถไฟในเมือง (Urban Train) และรถไฟระหว่างเมือง (Intercity Train) สามารถจัดขบวนรถธรรมดาที่จอดทุกสถานี หรือรถด่วนที่จอดบางสถานีได้

“ยืนยันโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง -สุวรรณภูมิ -อู่ตะเภา) ยังต้องมีต่อไป แม้ต้องสิ้นสุดสัญญากับซี.พี.เพียงแต่จะต้องปรับวิธีดำเนินการ เพราะโครงการนี้ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ในการเชื่อมโยงการเดินทางในพื้นที่ EEC สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ รวมถึงการลงทุน และกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาตามแนวเส้นทางตั้งแต่ กรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา ศรีราชา พัทยา ชลบุรี และยังใช้ประโยชน์พื้นที่เวนคืน บริเวณฉะเชิงเทราเป็นเดปโป้ได้”

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts