กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด หลังจากมีกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางไปรวมตัวกันที่สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่จีนประจำประเทศไทย เพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบเกี่ยวกับปัญหา “สารปนเปื้อนโลหะหนัก” ในลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขง
ล่าสุด โฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้ออกมาตอบคำถามสื่อมวลชนแบบเคลียร์ชัดทุกประเด็น ยืนยัน “จีนเข้าใจความกังวลของชาวบ้าน แต่ต้องมองความจริงตามหลักวิทยาศาสตร์” พร้อมชี้เบาะแสสำคัญที่หลายคนอาจมองข้าม
จีนยันเข้าใจความกังวล แต่แนะ “เกาให้ถูกที่คัน”
โฆษกสถานทูตจีนฯ ระบุว่า ทางการจีนไม่ได้นิ่งนอนใจ และเฝ้าติดตามสถานการณ์การปนเปื้อนของโลหะหนักในลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงในฝั่งไทยมาโดยตลอด พร้อมทั้งแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำที่ต้องเผชิญกับความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
“ฝ่ายจีนเข้าใจถึงความกังวลของประชาชนอย่างแท้จริง แต่เรื่องนี้จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบบนพื้นฐานของความจริงตามหลักวิทยาศาสตร์และความรับผิดชอบ เพื่อหาตัวผู้รับผิดชอบที่แท้จริงให้ได้”
เปิดพิกัดต้นตอ แม่น้ำเชื่อม “ไทย-เมียนมา”
สิ่งที่น่าสนใจจากการตอบคำถามครั้งนี้คือ การที่โฆษกสถานทูตจีนฯ ได้หยิบยกข้อเท็จจริงทางภูมิศาสตร์ขึ้นมาสะกิดเตือนทุกฝ่ายว่า แม่น้ำที่เป็นประเด็นนั้น แท้จริงแล้วเป็นแหล่งน้ำข้ามพรมแดนระหว่าง “ประเทศไทย” กับ “เมียนมา” ดังนั้น การจะแก้ปัญหานี้ให้เบ็ดเสร็จและตรงจุด ทางจีนจึงเสนอแนะแนวทางสำคัญคือ สนับสนุนให้ทางการไทยและเมียนมา เพิ่มการสื่อสารและการประสานงานระหว่างกันให้ใกล้ชิด และเสนอให้ทั้งสองประเทศเร่งเปิดฉากตรวจสอบร่วมกันโดยเร็วที่สุด เพื่อหาข้อเท็จจริงว่าสารพิษเหล่านั้นหลุดรอดมาจากไหนกันแน่
ย้ำชัด “แม่น้ำโขง” คือผลประโยชน์ของทุกประเทศ
ในช่วงท้ายของการตอบคำถาม สถานทูตจีนได้ส่งสัญญาณทิ้งท้ายถึงความร่วมมือในระดับภูมิภาค โดยย้ำว่าการอนุรักษ์ระบบนิเวศของลุ่มแม่น้ำโขงไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็น “ผลประโยชน์และความรับผิดชอบร่วมกันของทุกประเทศในลุ่มน้ำ” ทั้งนี้ จีนพร้อมที่จะจับมือและเสริมสร้างความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ รวมถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมร่วมกับทุกประเทศในลุ่มน้ำโขง เพื่อปกป้องความมั่นคงทางนิเวศวิทยาให้ยั่งยืนต่อไป



