จากข้อมูลการสืบสวน พบผู้ต้องหาทั้ง 3 คน มีบทบาทเป็นคอนเฟิร์มสำคัญ ระดับปฏิบัติการประสานงานของเครือข่าย
ส่วน ป.ป.ช. เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขยายผลไปยังผู้ที่อาจเกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ภาพฝากขัง
ตำรวจกองบังคับการปราบปรามควบคุมตัว นางสาวศตพร หรือ “จ๋า” ไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางฝากขัง เป็นผู้ต้องหาคนแรกในคดี หลังถูกจับกุมเมื่อวานนี้ โดยในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ระหว่างควบคุมตัวไปศาล นางสาวศตพรไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน ใช้มือปิดบังใบหน้า สวมหน้ากากอนามัย ก่อนเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวขึ้นรถ
แฟ้มภาพเกี่ยวข้องคดี
ก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับผู้ต้องหา 3 คน ประกอบด้วย จ่าสิบตรีพิชิต ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์, นายอัศวิน หรือ “ดร.วิน” ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และนางสาวศตพร ในข้อหาร่วมกันเป็นอั้งยี่ ร่วมกันเป็นซ่องโจร ร่วมกันเอาไปเสีย ซ่อนเร้น หรือทำให้สูญหายซึ่งเอกสาร ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารราชการ และร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
จากข้อมูลการสืบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและยังไม่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อคดี ขณะที่พนักงานสอบสวนพบพยานหลักฐาน ทั้งเส้นทางการเงิน ข้อมูลการติดต่อสื่อสาร และหลักฐานอื่น เชื่อมโยงผู้ต้องหากับขบวนการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งหมดมีบทบาทเป็นผู้ประสานงานของเครือข่าย
จากข้อมูลการสืบสวน จ่าสิบตรีพิชิตถูกมองว่ามีบทบาทในระดับปฏิบัติการของเครือข่าย ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 2 คน มีบทบาทประสานงานกับหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบ ทั้งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อสอบ และบุคคลอื่นที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานงานในแต่ละพื้นที่
เบื้องต้น จากข้อมูลการสืบสวน ยังไม่พบพยานหลักฐานเชื่อมโยงเครือญาติของผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ว่าเข้าไปร่วมกระทำความผิด
การขยายผลคดี ป.ป.ช. อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิสูจน์บทบาทของบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องเพิ่มเติม ขณะที่กองบังคับการปราบปรามจะรวบรวมข้อมูลส่งให้ ป.ป.ช. หากพบเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่







