เวลา 11.30 น. วัน 14 ก.ค.69 ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ พาลูกหลังคุณพ่อซึ่งเป็นพนักงานขับรถของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ถูกหลานเขยดักทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า ครอบครัวยังต้องอยู่อย่างหวาดระแวงจากคำขู่ฆ่ายกครัว
นางพัช อายุ 54 ปี ผู้เสียหายเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา ในช่วงเวลาพักเที่ยง ขณะที่สามีตนกำลังเดินเท้ากลับจากโรงเรียนเพื่อมุ่งหน้ากลับมาทานข้าวที่บ้าน ระหว่างทางบริเวณหน้าสุเหร่า ได้มีบุคคลที่จำได้ว่าเป็นหลานชาย ลูกของน้องสาวตน ตรงเข้ามารุมทำร้ายร่างกายอย่างทารุณ โดยผู้ก่อเหตุได้กระหน่ำเตะเข้าที่ศีรษะและลำตัวไม่ยั้งประมาณ 8-9 ครั้ง จนสามีตนล้มฟุบลงกับพื้น สลบไปฟื้นที่ รพ. แพทย์ตรวจพบว่าสมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง มีเลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง กระดูกดั้งจมูกฝั่งซ้ายหัก ปัจจุบันยังมีอาการเบลอ หลงๆ ลืมๆ และมีอาการมึนงงศีรษะปวดหัวอยู่ตลอดเวลา
หลังเกิดเหตุในวันเดียวกัน ทางครอบครัวได้รีบเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช แต่จนถึงปัจจุบันผ่านมานานกว่า 1 เดือนเต็ม คดีกลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ ผู้ก่อเหตุยังคงลอยนวลและใช้ชีวิตตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่ทราบว่าหลานชายโกรธแค้นอะไรถึงมาลงมือทำร้ายสามีตนจนบาดเจ็บสาหัสแบบนี้ ซึ่งเคยมีเรื่องที่ดินฟ้องร้องกันศาลตัดสินให้เราแพ้ไปปีที่แล้ว แต่ไม่รู้เหตุผลอะไรยังมาดักทำร้ายอีก
ทางครอบครัวได้รับข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า ผู้ก่อเหตุรายนี้มี “แบ็กดี” เป็นคนมีสีและมีอิทธิพลคอยหนุนหลัง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่กล้าดำเนินการใดๆ ก่อนจะมาปรึกษาจ่าคิงส์ ได้สอบถามพนักงานสอบสวน บอกเพียงแค่ว่ารอผลตรวจแพทย์อยู่ ซึ่งเราไม่เชื่อว่าทาง รพ.จะยังไม่ส่งมาเพราะเวลาผ่านมานานเดือนกว่าแล้ว
“ตอนนี้ครอบครัวกลัวเรื่องความปลอดภัยกันมากค่ะ เพราะหลังจากเกิดเรื่อง ฝั่งนั้นยังมีการส่งข้อความและฝากมาข่มขู่ว่าจะฆ่าล้างบางให้ตายหมดทั้งบ้าน ทุกวันนี้ต้องอยู่กันอย่างหวาดผวา ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้ว” ลูกสาวท้อง 10 เดือน กล่าวเสริม
ด้าน จ่าคิงส์ พบว่าคนทำร้ายเข้าข่ายผู้มีอิทธิพลรังแกชาวบ้าน จึงเตรียมประสานงานและจะพาครอบครัวผู้เสียหายเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อส่งมอบข้อมูลและร้องขอให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายเพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป






































