วันศุกร์, กรกฎาคม 17, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมชลบุรีเปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 4” รวบชาวรัสเซีย 4 ราย ตรวจค้น 41 จุด เชื่อมโยงอสังหาฯ กว่า...

Related Posts

ชลบุรีเปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 4” รวบชาวรัสเซีย 4 ราย ตรวจค้น 41 จุด เชื่อมโยงอสังหาฯ กว่า 5,000 ล้านบาท

วันนี้ (17 กรกฎาคม 2569) เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมทัพพระยา ศาลาว่าการเมืองพัทยา พลตำรวจเอกสำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี, พลตำรวจโทนพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, นายอิสรา เจริญชาศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ตลอดจนผู้แทนจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า, สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชลบุรี, สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี, ตำรวจภูธรภาค 2, ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงและการปราบปรามเครือข่ายนอมินีต่างด้าวในพื้นที่จังหวัดชลบุรี

ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการกวาดล้างคนต่างด้าวที่ลักลอบประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมาย ใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทน หรือ “นอมินี” เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดด้านการถือครองที่ดินและการประกอบธุรกิจ รวมถึงการทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตและการประกอบอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทย

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานเปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 4” หลังจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการมาแล้ว 3 ระยะ ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พังงา และกระบี่ โดยตรวจสอบที่ดินรวม 172 แปลง พื้นที่กว่า 130 ไร่ มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประมาณ 1,671 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับ 108 หมาย และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 65 คน รวม 73 หมายจับ

สำหรับการปฏิบัติการในพื้นที่จังหวัดชลบุรี สืบเนื่องจากจังหวัดชลบุรีได้แต่งตั้งคณะทำงานบูรณาการปราบปรามการประกอบธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยร่วมกันตรวจสอบข้อมูลของนิติบุคคล ผู้ถือหุ้น และการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง

จากการตรวจสอบพบว่า จังหวัดชลบุรีมีนิติบุคคลจดทะเบียนกว่า 76,000 ราย โดยมีนิติบุคคลที่มีผู้ถือหุ้นต่างด้าวกว่า 28,000 ราย และพบกลุ่มนิติบุคคลที่อาจมีพฤติการณ์เข้าข่ายใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังพบผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ทำบัญชีสัญชาติไทย 2 ราย เข้าไปถือหุ้นในบริษัทหลายแห่ง โดยรายแรกถือหุ้นในบริษัท 146 แห่ง มูลค่าหุ้นประมาณ 142 ล้านบาท และอีกรายถือหุ้นในบริษัท 40 แห่ง มูลค่าหุ้นประมาณ 74 ล้านบาท ซึ่งบริษัทดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับการถือครองที่ดินและบ้านพักในโครงการอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี

จากการสืบสวนเชิงลึก เจ้าหน้าที่พบกลุ่มคนต่างด้าวสัญชาติรัสเซียร่วมกับบุคคลสัญชาติไทยและผู้ทำบัญชี จัดตั้งนิติบุคคลเพื่อถือครองบ้านเดี่ยวในโครงการอสังหาริมทรัพย์ 6 โครงการ รวมประมาณ 775 หลัง มูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท มีบริษัทถือครองอสังหาริมทรัพย์รวม 495 บริษัท ในจำนวนนี้เป็นบริษัทที่มีคนต่างด้าวเป็นผู้ถือหุ้น 435 บริษัท

เจ้าหน้าที่พบว่ามีนิติบุคคลต้องสงสัยใช้คนไทยถือหุ้นแทน หรือเข้าข่ายนอมินี 19 บริษัท และมีนิติบุคคลที่คนต่างด้าวถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 แต่มีการถือครองที่ดินอีก 14 บริษัท รวมกลุ่มเป้าหมายทั้งสิ้น 33 บริษัท

การสืบสวนยังพบการประกาศขายและให้เช่าบ้านพร้อมที่ดินผ่านเว็บไซต์ที่จดทะเบียนในประเทศรัสเซีย โดยมีนายหน้าชาวรัสเซียดำเนินการ รวมถึงมีการเรียกชื่อหมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดชลบุรีเป็นภาษารัสเซีย ในลักษณะสื่อว่าเป็นหมู่บ้านของชาวรัสเซียอย่างชัดเจน

ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรีจึงร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรห้วยใหญ่ เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มชาวรัสเซียและผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งมีพฤติการณ์จัดตั้งบริษัทเพื่อถือครองบ้าน ก่อนนำไปจำหน่ายหรือปล่อยเช่าเพื่อแสวงหาผลกำไรผ่านช่องทางออนไลน์

พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดพัทยา ขอออกหมายจับบุคคลสัญชาติรัสเซีย 4 ราย และหมายค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้อง 41 หมาย ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ครบทั้ง 4 ราย พร้อมตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย และยึดเอกสารจดทะเบียนบริษัท เอกสารทางบัญชี คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก เพื่อนำไปตรวจสอบและขยายผลไปยังเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ

พฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ประมวลกฎหมายที่ดิน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างรอบคอบ เป็นธรรม และยึดพยานหลักฐานเป็นสำคัญ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าจะขยายผลกวาดล้างเครือข่ายนอมินีและการประกอบธุรกิจผิดกฎหมายของคนต่างด้าวในทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ รักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และป้องกันการเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มทุนต่างชาติ

ทั้งนี้ ประชาชนที่พบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัย หรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการใช้คนไทยเป็นนอมินีให้กลุ่มทุนต่างชาติ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลข 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts