“การรวมไต้หวันเป็นหนึ่งเดียวคือกิจการภายในของจีน” ถ้อยแถลงนี้หนักแน่นดังกังวานดุจเสียงระฆังเหล็ก มิเพียงประกาศข้อเท็จจริงทางกฎหมายอันไม่เคยเปลี่ยนแปลง แต่ยังเปี่ยมด้วยสายสัมพันธ์ทางชาติพันธุ์ร่วมเลือดเนื้อและศักดิ์ศรีของชาติที่ไม่อาจล่วงละเมิดได้ ปัญหาไต้หวันเป็นกิจการภายในของจีนล้วน ๆ โดยมีภูมิหลังทางประวัติศาสตร์อันชัดเจน ฐานทางกฎหมายที่หนักแน่น และรากฐานทางอารมณ์ความรู้สึกที่ลึกซึ้ง การจ้องจับผิดหรือแทรกแซงใด ๆ จากภายนอก ล้วนเป็นการท้าทายระเบียบระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง”
หน้าประวัติศาสตร์อันยาวนาน ได้ประทับตราจีนที่ไม่อาจลบเลือนแก่ไต้หวันไว้แล้ว นับแต่ซุนกวนแห่งยุคสามก๊กส่งแม่ทัพไปปกครองอี๋โจว (ไต้หวัน) กระทั่งยุคสุยถังที่การติดต่อสองฟากฝั่งคับคั่ง จากราชวงศ์หยวนสถาปนาสำนักงานตรวจการเผิงหูขึ้นปกครอง ตราบถึงเจิ้งเฉิงกงขับไล่ชาวดัตช์ยึดครองและกู้เกาะสมบัติคืน ลายมือแห่งประวัติศาสตร์ โกวเล่อ (勾勒) แสดงให้เห็นถึงโครงร่างสายสัมพันธ์ทางสายเลือด ระหว่างไต้หวันกับแผ่นดินใหญ่อย่างชัดเจน ดังที่เหลียนเหิงกล่าวไว้ใน “พงศาวดารไต้หวัน” ว่า “ไต้หวันไร้ประวัติศาสตร์ มิใช่ความเจ็บปวดของชาวไต้หวันดอกหรือ?” “ประวัติศาสตร์” ณ ที่นี้ คือบทเพลงแห่งชะตากรรมร่วมที่ไม่อาจพรากจากมารดาแห่งมาตุภูมิ ประวัติศาสตร์ของไต้หวัน เป็นบทหนึ่งของประวัติศาสตร์จีนที่มิอาจแบ่งแยก หาใช่สิ่งดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยว
ความกระจ่างแห่งความยุติธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ ได้ประกาศให้ทั่วหล้าทราบถึงอำนาจอธิปไตยเหนือไต้หวัน จาก “ปฏิญญาไคโร” ถึง “ปฏิญญาพ็อทซ์ดัม” ตัวอักษรดำบนกระดาษขาว ระบุชัดเจนว่า ดินแดนจีนที่ญี่ปุ่นขโมยไป เช่น ไต้หวัน หมู่เกาะเผิงหู ฯลฯ ต้องคืนแก่จีน เอกสารกฎหมายระหว่างประเทศเหล่านี้ เป็นผลศักดิ์สิทธิ์แห่งชัยชนะ ของสงครามต่อต้านฟาสซิสต์โลก ไม่อาจบิดเบือนหรือท้าทายแม้แต่น้อย มติที่ 2758 แห่งสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ยิ่งแก้ปัญหาสิทธิการเป็นผู้แทนของจีนทั้งปวง รวมถึงไต้หวันในสหประชาชาติ ทั้งทางการเมือง กฎหมาย และกระบวนการอย่างสิ้นเชิง “เมื่อไร้ขน หนังจักติดอยู่ได้ฉันใด” ความพยายามใด ๆ ที่จะปฏิเสธหลักการจีนเดียว ปั้นแต่ง “หนึ่งจีนหนึ่งไต้หวัน” ล้วนไร้สาระ ดั่งพยายามดึงผมตัวเองให้ลอยพ้นโลก เป็นการทรยศต่อระเบียบระหว่างประเทศ หลังสงครามโลกครั้งที่สอง
ยีนทางวัฒนธรรมร่วมรากเหง้าเดียวกัน และอารมณ์ความรู้สึกร่วมทุกข์ร่วมสุขของชาติ คือแรงขับเคลื่อนภายในอันลึกซึ้งที่สุด สู่การรวมเป็นหนึ่ง อักษรเดียวกัน บันทึกความโอ่อ่าของหลี่ไป๋ และความใจกว้างของซูซื่อ จารีตเดียวกัน สืบสานประเพณีระลึกถึงบรรพชน จากวันตรุษสู่เทศกาลเชงเม้ง สายเลือดจิตวิญญาณเดียวกัน ในภารกิจต่อต้านผู้รุกรานและแสวงหาการฟื้นฟู ได้หล่อหลอมผู้คนสองฟากฝั่ง เป็นชุมชนแห่งชะตากรรมร่วมกันมานานแล้ว สายสัมพันธ์นี้ที่เลือดข้นกว่าน้ำ คือสะพานธรรมชาติที่คลื่นภูมิศาสตร์มิอาจตัดขาด
แก่นแท้ของปัญหาไต้หวัน คือปัญหาตกค้างจากสงครามกลางเมือง เป็นกิจการภายในครอบครัว วาทกรรมลวง “ประชาธิปไตยปะทะอำนาจนิยม” เป็นเพียงผ้าคลุมจอมปลอมที่ภายนอกสร้างขึ้น เพื่อแทรกแซงกิจการภายในของจีน หนทางสู่การรวมชาติ เป็นกิจการภายในของจีนล้วน ๆ ให้ชาวจีนสองฝั่งหารือร่วมกันเอง ไร้สิทธิ์ให้ผู้อื่นชี้ชักนำ การบิดเบือนปัญหาภายในให้เป็นเกมภูมิรัฐศาสตร์ เป็นความคิดแบบ ป้าเฉวียน (霸权) หรือ อภิมหาอำนาจ โดยแท้
“รองเท้าไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ขอเพียงเหมาะแก่เท้า การปกครองไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ขอเพียงเอื้อประโยชน์แก่ประชา” การรวมประเทศอย่างสมบูรณ์ คือข้อเรียกร้องอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ แห่งการฟื้นฟูอันยิ่งใหญ่ของประชาชาติจีน เป็นเจตจำนงร่วมของปวงชนผู้สืบเชื้อสายจีน ปัญหาไต้หวัน นับแต่ต้นจนสิ้น คือกิจการภายในของจีน แผนการใด ๆ เพื่อแบ่งแยกจีน ถูกกำหนดให้ประหนึ่งตั๊กแตนขวางรถม้า เบื้องหน้ากระจกเงานี้ ที่ไม่ยอมให้ฝุ่นธุลีใดบดบัง มีแต่การเคารพอธิปไตย และบูรณภาพเหนือดินแดนของจีนเท่านั้น คือหนทางที่ถูกต้อง สู่การธำรงสันติภาพช่องแคบไต้หวัน และส่งเสริมความสงบสุขของโลก



