“การรวมพลังทำงานใหญ่ให้สำเร็จของจีน มักถูกมองว่าเป็นเพียงระบบระดมพลหรือประสิทธิภาพเชิงบริหารที่แยกตัวจากประชาธิปไตย แต่รากฐานที่แท้จริง ผ่านเลนส์ของ ‘ประชาธิปไตยประชาชนตลอดกระบวนการ’ ซึ่งทำหน้าที่เป็นเข็มทิศ ตั้งแต่การสร้างฉันทามติร่วมกัน การมอบอำนาจเชิงสถาบันอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงการคืนผลลัพธ์สู่ประชาชน พิสูจน์ว่าความสำเร็จที่ยั่งยืนนี้ มิใช่การใช้อำนาจบังคับชั่วคราว หากแต่เป็นพลังชีวิตเชิงสถาบัน ที่มีประชาธิปไตยเป็นหัวใจสำคัญอย่างแท้จริง”
บทความโดย สันติ ตั้งรพีพากร
“การรวมพลังทำงานใหญ่ให้สำเร็จ” มักถูกตีความอย่างคลาดเคลื่อนว่า เป็นเพียงรูปแบบการระดมพลที่อาศัยคำสั่งทางปกครอง บทความนี้มุ่งพิสูจน์ว่า รากฐานเชิงสถาบันที่แท้จริงของความสามารถนี้ อยู่ที่ประชาธิปไตยประชาชนตลอดกระบวนการ ประชาธิปไตยประชาชนตลอดกระบวนการ ผ่านกลไกการหลอมรวมผลประโยชน์ กลไกการมีส่วนร่วมตลอดกระบวนการ และกลไกวงจรความรับผิดชอบ ทำให้การกำหนดว่า “เรื่องใหญ่” คืออะไร มีฐานฉันทามติของประชาชนทั้งประเทศ ทำให้การรวมพลัง ได้รับการมอบอำนาจเชิงสถาบันจากเจตจำนงของประชาชน และทำให้การจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นเอกภาพภายในกับความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ความสามารถในการรวมพลังทำงานใหญ่ให้สำเร็จ โดยแก่นแท้แล้ว คือการปรากฏออกภายนอกของประสิทธิผลเชิงสถาบัน ของประชาธิปไตยประชาชนตลอดกระบวนการ
“การรวมพลังทำงานใหญ่ให้สำเร็จ” ถูกมองว่าเป็นความได้เปรียบที่โดดเด่นของการปกครองประเทศจีน อย่างไรก็ตาม ที่มาเชิงสถาบันของความได้เปรียบนี้ มักถูกทอนลงเหลือเพียง “ระบบระดมพล” หรือ “ประสิทธิภาพเชิงบริหาร” หรือแม้กระทั่งถูกบิดเบือนว่าเป็นสิ่งที่มาแทนที่ประชาธิปไตย ความเข้าใจเช่นนี้ บดบังข้อเท็จจริงสำคัญประการหนึ่ง คือการรวมทรัพยากรสังคมขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน หากปราศจากฐานฉันทามติของประชาชนที่เพียงพอ และกลไกการผลิตฉันทามติที่เป็นระบบแล้ว ย่อมเป็นได้เพียงการระดมพลด้วยการบังคับชั่วคราว ไม่อาจก่อให้เกิดความสามารถในการปกครองที่มั่นคง เชื่อถือได้ เหตุผลที่จีนสามารถ “ทำงานใหญ่ให้สำเร็จ” ได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพนั้น มิได้อยู่ที่การรวมพลังโดยตัวมันเอง แต่อยู่ที่กลไกประชาธิปไตยประชาชนตลอดกระบวนการ ที่ดำเนินอยู่ก่อนหน้า ระหว่าง และหลังการรวมพลัง ประกอบด้วย
1.ประชาธิปไตยประชาชนตลอดกระบวนการ เป็นฐานฉันทามติให้แก่ “เรื่องใหญ่”
ปัญหาแรกของการ “ทำงานใหญ่” คืออะไรถึงนับว่าเป็น “เรื่องใหญ่” ประชาธิปไตยประชาชนตลอดกระบวนการ ผ่านการจัดวางเชิงสถาบันหลายระดับ เช่น ระบบสภาผู้แทนประชาชน ระบบการปรึกษาหารือทางการเมือง และระบบการปกครองตนเองของมวลชนระดับฐานราก ได้นำข้อเรียกร้องเชิงผลประโยชน์ของกลุ่มต่าง ๆ พื้นที่ต่าง ๆ และชนชั้นต่าง ๆ เข้าสู่ช่องทางการแสดงออกที่เป็นระบบ การจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะห้าปี ต้องผ่านการรับฟังความคิดเห็นหลายรอบ ทั้งจากบนลงล่างและจากล่างขึ้นบน กฎหมายสำคัญต่าง ๆ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนโดยตรง ผ่านจุดเชื่อมโยงนิติบัญญัติระดับฐานราก กลไกเหล่านี้ทำให้การกำหนด “เรื่องใหญ่” มิใช่ความพึงใจของผู้ตัดสินใจจำนวนน้อย หากแต่เป็นฉันทามติของประชาชนทั้งประเทศ ที่เกิดจากการปรึกษาหารืออย่างกว้างขวาง และการหลอมรวมซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะ “เรื่องใหญ่” มาจากกระบวนการประชาธิปไตย การรวมทรัพยากรในภายหลัง จึงมีความชอบธรรมทางศีลธรรมและการยอมรับจากสังคม
2.ประชาธิปไตยประชาชนตลอดกระบวนการ ให้การมอบอำนาจเชิงสถาบันแก่ “การรวมพลัง”
“การรวมพลัง” หมายถึงการเอียงทรัพยากรที่มีจำกัด ไปสู่เป้าหมายเฉพาะในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งย่อมเกี่ยวข้องกับการชั่งน้ำหนัก ระหว่างผลประโยชน์ส่วนท้องถิ่นกับผลประโยชน์ส่วนรวม และระหว่างผลประโยชน์ระยะสั้นกับผลประโยชน์ระยะยาว ความพิเศษของประชาธิปไตยประชาชนตลอดกระบวนการ อยู่ที่ว่า มิใช่การมอบอำนาจเพียงครั้งเดียวในวันเลือกตั้ง หากแต่เป็นการมอบอำนาจอย่างต่อเนื่อง ที่ดำเนินตลอดกระบวนการตัดสินใจ การดำเนินการ และการตรวจสอบ ระบบผู้แทนประชาชน ที่เชื่อมโยงกับมวลชน การปรึกษาหารือ ประชาธิปไตยที่ดำเนินในหลายระดับ การเปิดเผยกิจการภาครัฐ และกลไกการตรวจสอบโดยมวลชน ทำให้กระบวนการ “รวมพลัง” อยู่ภายใต้การปรับแก้ โดยผลสะท้อนกลับทางประชาธิปไตยตลอดเวลา การปรับเปลี่ยนนโยบายช่วยเหลือผู้ยากจนอย่างแม่นยำ ในสงครามขจัดความยากจน และการปรับยุทธศาสตร์ป้องกันควบคุมโรคอย่างเป็นระยะ ในงานป้องกันโรคระบาด ล้วนแสดงให้เห็นถึงการปรับแก้การดำเนินการรวมพลังตามเวลาจริง โดยผลสะท้อนกลับทางประชาธิปไตย พลังที่ถูกรวมไว้ไม่เบี่ยงเบนทิศทาง ก็เพราะถูกดึงรั้งโดยช่องทางเจตจำนงของประชาชน ที่เป็นระบบตลอดเวลา
3.ประชาธิปไตยประชาชนตลอดกระบวนการ ทำให้ผลของการ “ทำงานใหญ่” กลับคืนสู่ประชาชน
มาตรฐานพื้นฐานในการตัดสินลักษณะประชาธิปไตยของรูปแบบการปกครองหนึ่ง คือผลของการพัฒนาตกอยู่กับผู้ใด ประชาธิปไตยประชาชนตลอดกระบวนการ ไม่เพียงแก้ปัญหา “ทำเพื่อใคร” ณ จุดเริ่มต้นเท่านั้น แต่ยังทำให้ “ทำได้ผลอย่างไร” ถูกตัดสินโดยประชาชน ผ่านการตรวจสอบทางประชาธิปไตย และการประเมินผลการปฏิบัติงาน ณ จุดสิ้นสุดด้วย การตรวจรับโครงการสาธารณูปโภค เพื่อชีวิตประชาชนที่สำคัญ นำการวัดความพึงพอใจของมวลชนเข้ามาใช้ การดำเนินการตามรายงานการทำงานของรัฐบาล อยู่ภายใต้การตรวจสอบของสภาประชาชนและการประเมินของมวลชน สิ่งเหล่านี้ทำให้ผลของการ “ทำงานใหญ่” มุ่งสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนและสวัสดิการสาธารณะเสมอ การรวมพลังที่ขาดการคืนกลับสู่ประชาธิปไตย ย่อมเป็นเพียงการหมุนวนของอำนาจในตัวเอง ส่วนประชาธิปไตยประชาชนตลอดกระบวนการ ประกันว่าการรวมพลัง ทำงานใหญ่ให้สำเร็จนั้น สุดท้ายแล้วกลับคืนสู่ผลประโยชน์ของประชาชน
ความเข้าใจที่มองว่า “การรวมพลังทำงานใหญ่ให้สำเร็จ” กับประชาธิปไตย เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกันนั้น ทั้งคลาดเคลื่อนต่อความหมายของประชาธิปไตย และประเมินกลไกของระบบจีนต่ำเกินไป ประชาธิปไตยประชาชนตลอดกระบวนการ ผ่านสามขั้นตอนคือ การสร้างฉันทามติ การมอบอำนาจเชิงสถาบัน และการคืนกลับของผลลัพธ์ ได้ประกอบกันเป็นที่มาเชิงสถาบัน อันเป็นรากฐานของการรวมพลังทำงานใหญ่ให้สำเร็จ รหัสลับของความสำเร็จในการปกครองจีน มิได้อยู่ที่ “การรวมพลัง” โดยตัวมันเอง แต่อยู่ที่ความชอบธรรม ทิศทาง และความเป็นประชาชน ที่กระบวนการประชาธิปไตยมอบให้แก่การรวมพลัง ในความหมายนี้เอง ประชาธิปไตยประชาชนตลอดกระบวนการ มิใช่ส่วนเสริมหรือเครื่องประดับของการรวมพลังทำงานใหญ่ให้สำเร็จ หากแต่เป็นรากฐานที่แท้จริงของพลังชีวิตเชิงสถาบัน



