“การขยับหมากทางการทูตครั้งใหญ่กำลังเกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชีย เมื่อประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เตรียมเดินทางเยือนกรุงนิวเดลี เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ BRICS นับเป็นการเยือนแผ่นดินอินเดียครั้งแรกในรอบเกือบ 7 ปี พร้อมคณะผู้แทนกว่า 400 ชีวิต สะท้อนสัญญาณฟื้นฟูความสัมพันธ์ หลังผ่านพ้นมรสุมข้อพิพาทชายแดนที่ยืดเยื้อมานานหลายปี ท่ามกลางการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจโลก การพบกันของสองผู้นำมหาอำนาจประชากรเกือบ 3,000 ล้านคนในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การกระชับมิตรทวิภาคี แต่คือการร่วมจัดระเบียบและปักหมุดดุลอำนาจใหม่ของกลุ่มประเทศ Global South ที่ทั่วโลกไม่อาจละสายตา”
ความเคลื่อนไหวทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์กำลังเกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชีย เมื่อประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน มีกำหนดการเตรียมเดินทางเยือนกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม BRICS ครั้งที่ 18 ระหว่างวันที่ 12–13 กันยายน 2026 การเดินทางครั้งนี้นับเป็นการเยือนแผ่นดินอินเดียครั้งแรกในรอบเกือบ 7 ปีของผู้นำจีน นับตั้งแต่การพบหารืออย่างไม่เป็นทางการที่เมืองมหาพะลีปุรัมเมื่อปี 2019
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ทางการจีนเตรียมส่งคณะผู้แทนร่วมเดินทางครั้งนี้มากถึง 400 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากการเยือนเมื่อปี 2019 สะท้อนให้เห็นถึงน้ำหนักเชิงยุทธศาสตร์ที่ปักกิ่งมอบให้กับการประชุมครั้งนี้
ความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจเผชิญภาวะชะงักงันอย่างหนัก นับตั้งแต่เหตุปะทะนองเลือดบริเวณหุบเขากัลวาน เมื่อปี 2020 ก่อนที่ความสัมพันธ์จะเริ่มคลี่คลายอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงลดการเผชิญหน้าบริเวณแนวชายแดนช่วงปลายปี 2024
การพบหารือนอกรอบระหว่างสี จิ้นผิง และ นเรนทรา โมดี ในการประชุม BRICS ที่เมืองคาซาน ต่อเนื่องด้วยการเดินทางเยือนนครเทียนจินของโมดี ในการประชุม SCO การเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างเดลี–ปักกิ่ง และการกลับมาเปิดเส้นทางแสวงบุญเขาไกรลาส ล้วนแสดงถึงทิศทางความสัมพันธ์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง
การเดินทางเยือนครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยเฉพาะนโยบายการตั้งกำแพงภาษีและการกีดกันทางการค้าจากชาติตะวันตก ทำให้อินเดียและจีน ซึ่งเป็นตัวแทนของประชากรรวมกันกว่า 2,800 ล้านคน จำเป็นต้องรักษาเสถียรภาพของกลุ่ม BRICS ให้เป็นกลไกขับเคลื่อนหลักของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (Global South)
แม้ทั้งสองฝ่ายจะยังคงมีความเห็นต่างในประเด็นการลงทุน ขอบเขตอิทธิพลในเอเชียใต้ และข้อพิพาทดินแดน แต่การปรากฏตัวของสี จิ้นผิง บนเวทีนิวเดลี จะกลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำว่า ทั้งสองมหาอำนาจ พร้อมเลือกแนวทางการบริหารจัดการความขัดแย้งผ่านการเจรจา เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในระยะยาว



