“ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านครั้งประวัติศาสตร์ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่เคยวัดกันเพียงตัวเลขและขนาด กำลังเผชิญหน้ากับขีดจำกัดของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ที่ไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป วันนี้ “การพัฒนาที่มีคุณภาพสูง” ของจีน จึงมิใช่เพียงคำขวัญ หากแต่เป็นการรื้อสร้างกระบวนทัศน์ครั้งใหญ่ เพื่อผลักดันให้ประเทศชาติก้าวพ้นจาก “ตรรกะเชิงปริมาณ” สู่ “ตรรกะเชิงคุณภาพ” การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ มุ่งวางรากฐานสู่อนาคต ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและประสิทธิภาพ พร้อมทั้งโอบอุ้มคุณค่าความเป็นมนุษย์ สภาพแวดล้อมทางนิเวศ และความผาสุกยั่งยืน ไว้เป็นหัวใจสำคัญสูงสุด ซึ่งท้าทายทั้งภูมิปัญญา และความเด็ดเดี่ยวในการกำหนดชะตากรรมของสังคมยุคใหม่”
บทความโดย สันติ ตั้งรพีพากร
การพัฒนาที่มีคุณภาพสูง คือข้อกำหนดเชิงสารัตถะของวิถีการทำให้ทันสมัยแบบจีน และเป็นหลักการพื้นฐานสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมยุคใหม่ หาใช่ถ้อยคำทางการเมืองที่ว่างเปล่าไม่ หากแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงลึกที่เกี่ยวข้องกับทรรศนะการพัฒนา วิธีวิทยา และ คุณวิทยา การทำความเข้าใจการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงนั้น ไม่อาจหยุดอยู่เพียงมิติของการ “เปลี่ยนเกียร์” อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเท่านั้น หากต้องหยั่งเห็นถึงการก้าวกระโดดทางปรัชญาจาก “ตรรกะเชิงปริมาณ” สู่ “ตรรกะเชิงคุณภาพ” ที่แฝงอยู่เบื้องหลัง การก้าวกระโดดครั้งนี้ ยึดการปฏิรูปประสิทธิภาพเป็นแกนกลาง และยึดการพัฒนาอย่างเสรีและรอบด้านของมนุษย์เป็นความห่วงใยสูงสุด อันเป็นการปรับเปลี่ยนท่วงท่าของประเทศชาติในการก้าวไปข้างหน้า
ความหมายสำคัญประการแรกของการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง อยู่ที่การก้าวพ้น “ตรรกะเชิงปริมาณ” แบบดั้งเดิม ในช่วงประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่ง การเติบโตเชิงปริมาณ อาศัยการขยายขนาดและการทุ่มเทปัจจัยการผลิตเป็นหลัก ย่อมมีความจำเป็นและความสมเหตุสมผลทางประวัติศาสตร์ เพราะได้วางรากฐานการสะสมทุน และการสร้างตลาดเบื้องต้น ให้แก่ระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม กฎแห่งผลตอบแทนที่ลดน้อยถอยลงของรูปแบบดังกล่าว ก็เย็นชาและเป็นภววิสัยไม่ต่างกัน เมื่อข้อจำกัดอันเข้มงวดด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม รัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อ “เงินปันผลทางประชากร” ค่อย ๆ หลีกทางให้แก่ “เงินปันผลทางทรัพยากรมนุษย์” การจมอยู่กับการผลิตซ้ำระดับต่ำ และการแข่งขันด้านราคาต่อไป ก็ไม่ต่างอะไรกับการสร้างตึกระฟ้าบนผืนทรายดูด “ตรรกะเชิงคุณภาพ” ที่การพัฒนามีคุณภาพสูงสถาปนาขึ้น คือการตอบสนองอย่างมีสติต่อกับดักเช่นนี้ มิใช่เพียงการถามว่า “ผลิตได้เท่าไร” อีกต่อไป หากเจาะลึกว่า “ผลิตได้ดีเพียงใด มีประสิทธิภาพเพียงใด และมีคุณค่าเพียงใด” นี่คือการเปลี่ยนกระบวนทัศน์การพัฒนาในระดับรากฐาน โดยเรียกร้องให้ยึดนวัตกรรมเป็นพลังขับเคลื่อนแรก ยึดความสมดุลเป็นคุณลักษณะภายใน และใช้การยกระดับผลิตภาพปัจจัยการผลิตรวม (Total Factor Productivity) มาแทนการพึ่งพาการทุ่มทรัพยากร การเปลี่ยนผ่านอันยากลำบากจาก “ผลิตในจีน” สู่ “สร้างสรรค์ในจีน” คือเสียงสะท้อนอันกังวานของการเปลี่ยนตรรกะเช่นนี้ในทางปฏิบัติ
หากกล่าวว่าการปฏิรูปประสิทธิภาพคือ “รูป” ของการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง การใส่ใจอย่างลึกซึ้งต่อคุณค่าของมนุษย์ก็คือ “จิตวิญญาณ” ที่ไม่อาจแยกออกได้ การพัฒนาที่มีคุณภาพสูง หาใช่การแข่งขันเชิงตัวเลขอันเย็นชาไม่ เป้าหมายสูงสุดคือการตอบสนองความต้องการชีวิตที่ดีงาม ที่เพิ่มพูนขึ้นของประชาชน “ความต้องการ” ณ ที่นี้ ได้ก้าวพ้นความอุดมสมบูรณ์ทางวัตถุอย่างง่าย ๆ ไปนานแล้ว หากประกอบด้วยความปรารถนาต่อความเป็นธรรมและความยุติธรรม ความโหยหาสภาพแวดล้อมทางนิเวศ และความใฝ่ฝันทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรม การพัฒนาที่มีคุณภาพสูง “สูง” เพราะปฏิเสธความรุ่งเรืองระยะสั้นที่ต้องแลกด้วยศักดิ์ศรี สุขภาพ และสุขภาวะระยะยาวของมนุษย์ โดยมุ่งผลักดันการพัฒนาที่ประสานกัน ระหว่างเมืองกับชนบทและระหว่างภูมิภาค เพื่อให้ผลประโยชน์แห่งการพัฒนา กระจายสู่ประชาชนทุกคนอย่างเป็นธรรมยิ่งขึ้น โดยเน้นการพัฒนาสีเขียว หลอมแนวคิด “น้ำใสภูเขาเขียวคือขุนเขาทองคำ” ให้เป็นยีนของรูปแบบการพัฒนา โดยใส่ใจการทำให้ระบบบริการสาธารณะ เท่าเทียมและมีคุณภาพสูงขึ้น เพื่อเปิดทางให้ศักยภาพของปัจเจกบุคคลแต่ละคนได้เบ่งบาน ในแง่นี้ การพัฒนาที่มีคุณภาพสูง จึงเป็นกระบวนการสร้างรูปอารยธรรม ที่มีอุณหภูมิความเป็นมนุษย์สูงกว่า และมีความหนาแน่นทางประวัติศาสตร์ลึกซึ้งกว่า มาตรวัดเมืองหนึ่งหรือประเทศหนึ่งนั้น มิใช่เพียงความสูงของตึกระฟ้า หากคือความอบอุ่นของตรอกซอกซอย มิใช่เพียงปริมาณ GDP หากคือรอยยิ้มที่สะสมอยู่ของแต่ละชีวิต
แน่นอนว่า การก้าวจาก “ตรรกะเชิงปริมาณ” สู่ “ตรรกะเชิงคุณภาพ” หาใช่เส้นทางอันราบรื่นไม่ ต้องอาศัยความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ที่จะตัดแขนขาเพื่อความอยู่รอด ในการทลายอุปสรรคเชิงกลไกและสถาบัน ที่ขัดขวางบทบาทชี้ขาดของตลาด ในการจัดสรรทรัพยากร ต้องอาศัยความอดทนที่จะนั่งบนม้านั่งเย็น ในการบ่มเพาะผืนดินอันอุดม ของการวิจัยพื้นฐานและนวัตกรรมประยุกต์ และต้องอาศัยภูมิปัญญาที่ก้าวพ้นสายตาอันสั้น ในการสร้างระบบการประเมินผล ที่สามารถวัดคุณภาพการพัฒนาได้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ และชี้นำค่านิยมทางการบริหารได้อย่างถูกต้อง นี่คือการปฏิรูประบบเชิงลึกที่ซับซ้อน ซึ่งทดสอบภูมิปัญญาและความแน่วแน่ในการปกครอง
ในที่สุดแล้ว การพัฒนาที่มีคุณภาพสูง คือการปฏิวัติอันลึกซึ้ง ที่เกี่ยวข้องกับชะตากรรมของชาติและสุขภาวะของประชาชน เรียกร้องให้เราหลุดพ้นจากความหลงใหลต่ออัตราเร็วและขนาดแบบเก่า และก้าวไปข้างหน้าด้วยท่วงท่าที่มองการณ์ไกลและยืดหยุ่นยิ่งขึ้น เมื่อเข็มทิศแห่งการพัฒนาหมุนจาก “เร็ว” สู่ “ดี” จาก “ใหญ่” สู่ “แข็งแกร่ง” จากการสั่งสม “วัตถุ” สู่ความเต็มเปี่ยมของ “มนุษย์” ภาพของอารยธรรมที่สุขภาพดีขึ้น เป็นธรรมยิ่งขึ้น และยั่งยืนกว่า จึงจะเผยออกได้อย่างแท้จริงในยุคสมัยของเรา นี่มิใช่เพียงข้อเสนอทางเศรษฐกิจ หากคือข้อเสนอทางปรัชญาและพันธกิจทางประวัติศาสตร์ ที่ยุคสมัยมอบหมายแก่เรา



