“….จีนพัฒนาก้าวหน้าได้ตามแผนที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนกำหนดขึ้น และดำเนินการไปได้ด้วยดีติดต่อกันมาหลายสิบปี สร้างปรากฏการณ์แบบ”ปาฏิหาริย์”มากมายหลายด้าน ที่ชาวโลกพากันฉงนฉงายใจ พยายามหาคำตอบ คณะผู้นำจีนได้นำเสนอแนวคิดริเริ่มที่เกี่ยวข้องกับอนาคตร่วมกันของมวลมนุษยชาติอย่างไม่ขาดสาย ประสานไปกับการดำเนินนโยบายที่มุ่งระดมความร่วมมือกันของประเทศต่างๆ ดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมใการผลิตแบบเชื่อมโยงกันเข้าทั้งโลก โดยใช้ความแข็งแกร่งของจีนเป็นฐานรองรับ “พลังการผลิตคุณภาพใหม่” อันมหึมา ขับเคลื่อนกระบวนการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆอย่างต่อเนื่องทั้งด้าน”ฮาร์ดแวร์” เช่นหุ่นยนต์ ที่กระจายกันเข้าสู่ระบบการผลิตทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรมและบริการ และ”ซอฟต์แวร์” เช่นระบบโลจิสติกส์และการสื่อสารคมนาคมที่อำนวยความสะดวกรอบด้านต่อการดำเนินชีวิตยุคใหม่ “ต่อไปคนเราไม่จำเป็นต้องไปทำงานกันแล้ว” เพราะหุ่นยนต์อัจฉริยะจะทำแทนได้ทุกเรื่อง รวมความคือคนเราอยู่ได้โดย “ให้หุ่นยนต์เลี้ยงดูเรา” แล้วคนเราจะอยู่กันโดยไม่ต้องทำอะไรเลยหรือ? หวังซิงซิงมองว่า เมื่อหุ่นยนต์แพร่หลายเข้าสู่ทุกมิติของชีวิตแล้ว มนุษย์เราก็จะเลิกจากการ”ทำงานเพราะจำเป็น” ไปเป็น “ทำงานเพราะอยากทำ”….”

จับทางจีน正视中国
สันติ ตั้งรพีพากร陈俊泰
สิ่งเหนือความจริงที่คนจีนพูดถึง超现实的预言
ชาวโลกเห็นกันทั่วไปแล้วในความเจริญก้าวหน้าของจีน ควบคู่ไปกับการมองเห็นความตกต่ำของโลกตะวันตก และความระส่ำระสายของประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศเหล่านี้
จีนพัฒนาก้าวหน้าได้ตามแผนที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนกำหนดขึ้น และดำเนินการไปได้ด้วยดีติดต่อกันมาหลายสิบปี สร้างปรากฏการณ์แบบ”ปาฏิหาริย์”มากมายหลายด้าน ที่ชาวโลกพากันฉงนฉงายใจ พยายามหาคำตอบ
ในขณะเดียวกัน คนจีนโดยเฉพาะที่อยู่ในแวดวงสร้างนวัตกรรมใหม่ๆก็กำลังพยายามหาคำตอบให้กับอนาคตข้างหน้าของมวลมนุษย์
อีกนัยหนึ่ง ขณะที่ชาวโลกพยายามหาคำตอบเรื่องจีน คนจีนเองได้หลุดพ้นจากการหาคำตอบของตัวเอง และมุ่งให้คำตอบแก่มนุษย์โดยรวม
เราจึงพบว่าคณะผู้นำจีนได้นำเสนอแนวคิดริเริ่มที่เกี่ยวข้องกับอนาคตร่วมกันของมวลมนุษยชาติอย่างไม่ขาดสาย เช่นการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมวลมนุษยชาติ การสร้างความทันสมัยร่วมกันในท่ามกลางการรักษาระบบนิเวศ เป็นต้น ประสานไปกับการดำเนินนโยบายที่มุ่งระดมความร่วมมือกันของประเทศต่างๆ ดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมใการผลิตแบบเชื่อมโยงกันเข้าทั้งโลก โดยใช้ความแข็งแกร่งของจีนเป็นฐานรองรับ เช่นที่กำลังปรากฏออกมาในรูป”ห่วงโซ่อุปทาน” อันแข็งแกร่ง ทั้งในระดับการผลิตล้ำยุคและการผลิตทั่วไป
ซึ่งความแข็งแกร่งที่ว่านี้ หัวใจก็คือความทันสมัยก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่ผูกโยงกันเข้าเป็น”พลังการผลิตคุณภาพใหม่” อันมหึมา ขับเคลื่อนกระบวนการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆอย่างต่อเนื่องทั้งด้าน”ฮาร์ดแวร์” เช่นหุ่นยนต์ ที่กระจายกันเข้าสู่ระบบการผลิตทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรมและบริการ และ”ซอฟต์แวร์” เช่นระบบโลจิสติกส์และการสื่อสารคมนาคมที่อำนวยความสะดวกรอบด้านต่อการดำเนินชีวิตยุคใหม่
และแล้วคำตอบ”สุดท้าย” ของการแสวงหาคำตอบของพวกเขาก็มาลงเอยกันตรงที่ว่าในอนาคตที่ไม่ไกลนัก คนเราไม่จำเป็นต้องทำงานแล้ว เพราะมีหุ่นยนต์และระบบอัจฉริยะทำแทน แม้แต่การผลิตภาคเกษตรกรรมก็สามารถดำเนินไปได้เองโดยไม่ต้องใช้แรงคน
หวังซิงซิง ผู้ก่อตั้งบริษัทหุ่นยนต์”หวี่ซู่”(ยูนิทรี)วัย35ปี เจ้าของหุ่นยนต์ชุดขึ้นเวทีเต้นระบำเกี่ยวข้าวเมื่อวันตรุษจีนปีนี้ และเจ้าของเหรียญทองวิ่ง100เมตรของการแข่งขันกีฬาหุ่นยนต์โลกที่กรุงปักกิ่งเมื่อเร็วๆนี้ ถึงกับพูดย้ำแล้วย้ำอีกว่า”ต่อไปคนเราไม่จำเป็นต้องไปทำงานกันแล้ว” เพราะหุ่นยนต์อัจฉริยะจะทำแทนได้ทุกเรื่อง คนเราจะดำเนินชีวิตได้โดยไม่ขาดแคลน มีบ้านอยู่อาศัยฟรี มีอาหารการกินและสิ่งอุปโภคบริโภคล้นเหลือฯลฯ
รวมความคือคนเราอยู่ได้โดย “ให้หุ่นยนต์เลี้ยงดูเรา”
แล้วคนเราจะอยู่กันโดยไม่ต้องทำอะไรเลยหรือ?
หวังซิงซิงมองว่า เมื่อหุ่นยนต์แพร่หลายเข้าสู่ทุกมิติของชีวิตแล้ว มนุษย์เราก็จะเลิกจากการ”ทำงานเพราะจำเป็น” ไปเป็น”ทำงานเพราะอยากทำ”
ไขคำจีน
超现实 ชาวเสี้ยนสือ เหนือความจริง