10.45 น. วันที่ 4 มี.ค.69 ที่ ศูนย์รับแจ้งความกว้างการตำรวจสอบสวนกลาง จ่าคิงส์พาผู้เสียหายเข้าร้องกองปราบฯ เอาผิดดาราสาวช่องหลากสี ชื่อย่อ ร. และเจ้าของ Meta One แพลตฟอร์มลงทุนออนไลน์กับพวก หลังหลอกผู้เสียหายให้ลงทุนสร้างซีรีย์วาย เรื่อง “รักสุดท้ายนายไม่ยิ้ม” แต่สุดท้ายผ่านมา 3 ปี ซีรีย์กลับถ่ายทำไม่จบ เพราะนายทุนไม่จ่ายเงินให้กองถ่าย และไม่ได้ออนแอร์ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 13 ล้านบาท
คุณน้อง พิมพ์รดา อายุ 34 ปี แม่ค้าออนไลน์ ที่ลงทุนกับซีรีย์เรื่องนี้ไปกว่า 10 ล้านบาทเล่าว่า 3 ปีก่อน เพื่อนของสามี ที่ปัจจุบันได้เลิกรากันไปแล้ว ได้ชักชวนให้รู้จักกับดารา ร. จากนั้นดารา ร. ก็ทำตัวเป็นนายหน้า พาไปรู้จักกับนายหนึ่งที่ร้านอาหารย่านรามอินทรา ซึ่งนายหนึ่งเป็นนักลงทุน และเจ้าของแอป Meta One ได้ชักชวนให้ตนเองลงทุนทำซีรีย์ร่วมกัน มีการพาไปดูกองถ่ายที่กำลังถ่าย Pilot Teaser หรือวิดีโอตัวอย่างซีรีย์ ก่อนที่จะถ่ายทำจริง ได้เห็นดาราที่จะมาแสดงจริงๆ ที่กองถ่าย ทำให้ยิ่งเชื่อมั่นว่ามีถ่ายทำซีรีย์จริง และจะได้เงินลงทุนคืนจริง จึงนำบ้านไปขายฝากกับธนาคาร เพื่อนำเงินไปลงทุนกว่า 10 ล้านบาท ส่วนดารา ร. ก็จะได้ค่านายหน้าจากการหานักลงทุนอย่างตนเอง แต่สุดท้ายผ่านมา 3 ปี ซีรีย์ถ่ายทำไปแล้ว 80% ขาดอีกแค่ 4 ตอนเท่านั้นก็จะจบ แต่กองถ่ายต้องหยุดไปเพราะไม่มีเงินจ่าย เมื่อซีรีย์ไม่ได้ออกอากาศ ตนเองก็ไม่ได้เงินคืนแม้แต่บาทเดียว ดังนั้นก็อยากแจ้งความให้ผู้ที่ทำติดคุกก็ยังดี
นอกจากนี้ นายหนึ่ง ยังเปิดแอปฯ Meta One ให้คนไปลงทุนซื้อหุ้นทำธุรกิจ หุ้นละ 3,000-300,000 บาทตามแต่ราคาแพ็คเกจ คนเฒ่าคนแก่ บางคนป่วยเป็นมะเร็ง ก็มาลงทุน แต่ไม่เคยได้เงินคืน บางคนก็คิดว่ายอดน้อย เลยไม่ไปแจ้งความ โดยแม่แดง อายุ 77 ปี เป็นหนึ่งในผู้เสียหายที่นำเงินไปลงทุน โดยแม่แดงบอกว่า เคสของแม่แดงไม่ได้เกี่ยวข้องกับดารา ร. แต่ได้รับการชักชวนจากเพื่อนๆ วัยเดียวกัน ให้มาลงทุนกับแอปฯ Meta One เพราะบริษัทนี้มีทั้งร้านอาหารและธุรกิจมากมาย เวลาไปประชุมผู้ถือหุ้นก็มีอาหารดีๆ ให้กิน โดยราคาที่ตนเองลงทุน คือ แพ็คเกจหุ้นละ 3,500 บาท โดยจะมีการจ่ายผลตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ ทุกสัปดาห์ และเมื่อครบ 10 เดือนก็จะได้เงินประมาณ 5,000 บาท ซึ่งตนเองก็มองว่าดีกว่าเอาเงินไปฝากธนาคาร จึงลงทุนไป 1 หุ้น จากนั้นก็มีเพื่อนมาฝากลงทุนอีก 1 หุ้น ก็ได้ผลตอบแทนตามปกติ แต่ทำไปทำมา คนสนิทของนายหนึ่ง ก็มาคะยั้นคะยอชักชวนขอให้ช่วยลงทุนเพิ่มอีก 5 หุ้น รวมเป็นเงิน 17,500 บาท ตนเองก็ใจอ่อนยอมช่วย แต่ปรากฎว่าผ่านไป กลับไม่ได้ผลตอบแทนใดๆ คืนมาเลย หนำซ้ำคนสนิทของนายหนึ่งยังขอให้ลงทุนเพิ่มอีก 5 หุ้นด้วย แต่ตนเองก็ไม่กล้าลงทุนแล้ว หลังจากนั้นอีกฝ่ายก็เงียบไป ติดต่อไม่ได้ แถมบัญชีที่ตนเองลงทุนไว้ในแอปฯ ก็โดนล็อกและปิดไป
เบื้องต้นผู้เสียหายตัดสินใจแจ้งความเพื่อให้ตำรวจดำเนินคดีกับดารา ร. ที่เป็นนายหน้าชักชวน และนายหนึ่ง กับพวก ซึ่งเป็นขบวนการหลอกลวงลงทุนทั้งหมด ในข้อหาฉ้อโกง
หลังเข้าพบ พงส.กก.1 บก.ป.ได้ตรวจสอบข้อมูลพยานหลักฐานผู้เสียหายทั้งหมดแล้ว ก่อนจะประสานไปยัง สภ.หนองปิง ภ.จว.นครสวรรค์ และ สน.คลองตัน ซึ่งรับแจ้งความไว้ ให้เร่งรัดคดี ช่วยเหลือผู้เสียหายต่อไป














