“ศูนย์ไซเบอร์ สืบภาค 2″ บุกทลายออฟฟิศเว็บพนันย่านบางแสน รวบ 7 ผู้ต้องหา ยึดของกลางนับร้อย ใช้ระบบ Payment Gateway ซ่อนธุรกรรม พบเงินหมุนเวียนทะลุ 100 ล้านบาท
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผบก.สส.ภ.2 หรือ “ผู้การออย” เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 2 เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างจริงจังต่อเนื่อง หลังสืบสวนพบเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์รายใหญ่ ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี โดยมีการจัดตั้งเป็นสำนักงานปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ และมีการใช้ ระบบ “Payment Gateway” หรือระบบตัวกลางรับ-ส่งธุรกรรมการชำระเงินออนไลน์ เป็นเครื่องมือบริหารจัดการทางการเงิน พร้อมใช้บัญชีม้านับร้อยในการทำธุรกรรม ซึ่งจากแนวทางการสืบสวนยังพบว่าระบบการเงินดังกล่าวถูกใช้เป็นช่องทางในการรับ-โอนเงินให้กับกลุ่มสแกมเมอร์อีกด้วย
วันนี้ (4 มีนาคม 2569) พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ โอสถานนท์ หรือ “ผู้กำกับยักษ์” ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.2 และ พ.ต.ท.ณธกร จันทร์ลอด หรือ “รองกบ” รอง ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.2 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 2 หรือ “ศูนย์ไซเบอร์ สืบภาค 2 ” สนธิกำลังร่วมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (บูรพา 491 ) เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งใจกลางย่านบางแสน จังหวัดชลบุรี หลังสืบสวนพบว่าใช้เป็นสถานที่ดำเนินการเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์
จากการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ จำนวน 7 ราย พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์” ตามพระราชบัญญัติการพนัน จากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการแบ่งหน้าที่กันทำงานอย่างชัดเจนในลักษณะองค์กร มีการจัดตั้งออฟฟิศเป็นสถานที่ปฏิบัติงาน โดยมีทั้ง แอดมินคอยดูแลลูกค้า ผู้ทำหน้าที่กดถอนเงินสด นักบัญชีดูแลรายรับรายจ่าย รวมถึงมีการใช้ ซิมการ์ดที่ลงทะเบียนในชื่อผู้อื่น (ซิมผี) และ บัญชีม้าจำนวนมาก เพื่อใช้ในการรับโอนและหมุนเวียนเงินจากการเล่นพนันออนไลน์
จากการสืบสวนเบื้องต้นยังพบว่า เครือข่ายดังกล่าวมี เงินหมุนเวียนในบัญชีมากกว่า 100 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด รวมกว่าร้อยรายการ อาทิ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์สื่อสาร สมุดบัญชี และเอกสารทางการเงิน ก่อนนำมาตรวจสอบอย่างละเอียด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบของกลางทั้งหมด รวมถึงตรวจสอบ เส้นทางการเงินของเครือข่าย จากพยานหลักฐานที่ตรวจยึดได้ เพื่อขยายผลดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องรายอื่น และติดตามผู้ที่อยู่เบื้องหลังเครือข่ายดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป













