เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ถาวร ดุลยวิทย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว, พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว, พ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว, พ.ต.ท.วีระศักดิ์ บุตรสอน รองผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว, พ.ต.ท.รัชกร เหลืองทองคำ รองผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว, พ.ต.ท.พิชิต รุ่งราม และ พ.ต.ต.กมล บัวผดุง สารวัตรกองกำกับการสืบสวนฯืเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน ภ.จว.สระแก้ว ชุดปฏิบัติการที่ 1 ร่วมกับชุดปฏิบัติการที่ 2 ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 1 ราย คือ นายธนะรัชต์ อายุ 43 ปี
โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า
1.มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน
2.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต
3.เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 ทวิ
ของกลางที่ตรวจยึดได้ ประกอบด้วย
1.ยาบ้า จำนวน 20,000 เม็ด
2.ยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม
3.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง
4.รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น CIVIC สีเทา หมายเลขทะเบียน กค 3262 จันทบุรี จำนวน 1 คัน
สถานที่จับกุม
บริเวณทางหลวงหมายเลข 3395 (แยกวัฒนานคร) ตำบลวัฒนานคร อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว
พฤติการณ์แห่งคดีก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน ภ.จว.สระแก้ว ได้สืบสวนทราบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่จังหวัดสระแก้ว โดยใช้รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่น CIVIC สีเทา หมายเลขทะเบียน กค 3262 จันทบุรี เป็นพาหนะในการขนส่งยาเสพติดเพื่อนำมาจำหน่ายในพื้นที่
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เฝ้าติดตามและพบรถยนต์คันดังกล่าววิ่งมาตามทางหลวงหมายเลข 3395 (ตาพระยา–วัฒนานคร) จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเรียกให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ พบผู้ต้องหาขับขี่รถยนต์คันดังกล่าว เมื่อทำการตรวจค้นภายในรถ พบยาบ้าและยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่บริเวณที่วางเท้าด้านหน้าฝั่งผู้โดยสาร
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมตรวจยึดของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.วัฒนานคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามผู้ร่วมกระทำความผิดและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป














