วันจันทร์, ธันวาคม 5, 2022
หน้าแรกคอลัมนิสต์ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย“ตู่” ต้องคิดต้องทำอย่าง “สีฯ” (ตอนสอง) “ตู่ ” รักประชาชนจริงเช่น “สีฯ” ไหม?

Related Posts

“ตู่” ต้องคิดต้องทำอย่าง “สีฯ” (ตอนสอง) “ตู่ ” รักประชาชนจริงเช่น “สีฯ” ไหม?

“ผู้มีอำนาจไทย” ต้องหยุดความผิดมหันต์ ในการบริหารชาติเอื้อให้ “คนส่วนน้อยรวยมากขึ้นตลอด” ขณะที่ “คนส่วนใหญ่จนลงทุกวัน”? 

หากปล่อยให้สังคมไทยทวีความ “เหลื่อมล้ำ” เช่นนี้ คนไทยจะยิ่งแตกแยกกันหนักขึ้น มีโอกาสจะบานปลายเป็น “สงครามชนชั้น” ระหว่างคนส่วนน้อยที่เป็น “คนรวย” กับคนส่วนใหญ่ที่เป็น “คนจน”

สังคมใดที่ “คนส่วนใหญ่ยากไร้” ชีวิตต้องดิ้นรนเอาตัวรอดวันต่อวัน “หาเช้าไม่พอกินค่ำ-หาค่ำไม่พอกินเช้า” ต้องลำบากแสนสาหัสดังเช่น “คนไทยส่วนใหญ่” ในอดีตจรดปัจจุบัน สังคมนั้นไร้ความมั่นคง ไม่มีวันสงบศานติ

“คำถาม” คือ “นายกฯ ตู่” รู้ไหม? ถ้า “รู้” มีแผนจะแก้ไขเช่นไร? ถ้ามี “แผนดี” แล้วจะลงมือทำจริงจังไหม?
“ตู่” เป็น “นายกฯ” ครบ 8 ปี เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2565 เวลา 24.00 น. ซึ่ง “ศาลรัฐธรรมนูญ” จะตัดสินชี้ขาด ให้ “ตู่” เป็น “นายกฯต่อ” หรือให้ “ตู่” หลุดจาก“นายกฯ” อย่างถาวร? ในวันที่ 30 กันยายนนี้

คนไทยกำลังจดจ่อ รอ “ผลชี้ขาด” จาก “ศาลรัฐธรรมนูญ” ด้วยใจระทึก?

อืม..แล้วถ้า “ตู่” เป็น “นายกฯ ต่อ”.. “คนไทย” จะหวังพึ่ง “นายกฯตู่” เรื่องปฏิรูปชาติ สร้างความเป็นธรรมให้กับสังคมไทย ทำเพื่อคนไทยส่วนใหญ่ แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำแทบทุกมิติได้ไหม?

“ตู่จะอยู่-ตู่จะไป” เชื่อขนมกินล่วงหน้าได้เลย ว่า “การปฏิรูปชาติ” ที่ “บิ๊กตู่” ตระบัดสัตย์ จะไม่คืบหน้า และล้มเหลวแทบทุกมิติ..แน่นอน..!

ดังนั้น..อย่าไปเสียเวลาฝันลมๆ แล้งๆ หวังพึ่ง “นายกฯ ตู่” แม้แต่น้อย ไม่ควรมีใครที่ยังหลงเชื่อ “ลมปาก” ว่า “นายกฯ ตู่” เป็น “อัศวินม้าเขียว” โผล่มายึดอำนาจรัฐ เพื่อจะแก้ต้นเหตุปัญหาสำคัญๆให้ชาติกับประชาชนคนไทย เวลานี้ “ตู่อยู่-ตู่ไป” ไร้ค่าสิ้นราคาไปเรียบร้อยแล้ว

8 ปีกว่า ที่ “นายกฯ ตู่” ยึดอำนาจรัฐ ได้พิสูจน์ชัดแจ้งต่อผู้คนแล้วว่า “บิ๊กตู่” ทำให้รัฐประหาร “เสียของ” เพราะ “ตู่-ไม่คิดจะเยี่ยวให้สุด”! “นายกฯตู่” ไม่คิดจะปราบคนโกงชาติจริงจัง! “นายกฯ ตู่” ไม่เคยคิดจะลดความเหลื่อมล้ำมิติสำคัญๆ ในชาติ! “นายกฯตู่” ไม่ได้ปฏิรูปชาติก่อนเลือกตั้ง เพราะ “นายกฯ ตู่” กับพลพรรค คิดแต่จะสืบทอดอำนาจเท่านั้นเอง ฯลฯ

อ้อ!.. เรื่อง “นายกฯ ตู่” ไม่ทำตามคำพูดที่ให้ไว้กับประชาชน ห้วงทำรัฐประหารยึดอำนาจรัฐ ไม่ลงมือ “แก้ต้นเหตุปัญหาสำคัญๆ” อันเลวร้ายของชาติกับประชาชนอย่างจริงจัง ทั้งๆที่มีอำนาจรัฐอยู่ในกำมือนานกว่า 8 ปี นั่นทำให้ “ชาวไทย” อดตั้ง “คำถาม” ไม่ได้ว่า

“นายกฯ ตู่” รักชาติรักประชาชนจริงหรือเปล่า? ประชาชนรู้แล้ว-เห็นแล้วว่า ที่ “นายกฯ ตู่” บริหารชาติแบบ “ตุ๊ดตู่อยู่ในรู” นั้น ได้ถูกบันทึกไว้แล้วว่า เป็น “นายกฯ” กับ “รัฐบาล” ที่ตระบัดสัตย์ และ “ดีแต่พูด-แต่ไม่ทำ”! แถมบริหารลำดับความสำคัญเร่งด่วน-สำคัญมากน้อย ได้ไม่ดีดังควรอีกด้วย ฯลฯ

นั่นทำให้ผลงานแปดปีกว่าของ “นายกฯ ตู่” ทำได้แค่แก้และสร้างแต่ผลงานทั่วไป ที่ไม่จำเป็น ไม่เร่งด่วน ตามระบบราชการเท่านั้น

ส่วน “ต้นเหตุปัญหาต่างๆ ของชาติและประชาชน” ซึ่งก่อความเลวร้ายมากมายให้ชาติและประชาชน.. “นายกฯ ตู่” ทิ้งให้หมักหมมแพร่เชื้อร้ายในสังคมจนทุกวันนี้..

ฤา “นายกฯ ตู่” จะเถียงว่า กว่า 8 ปี “นายกฯ ตู่” ไม่ได้ทำผิดคำพูด ที่ “จะปฏิรูปชาติ” ให้สำเร็จ “ก่อนเลือกตั้ง” ทั้งๆ ที่ไร้ผลงานการปฏิรูปชาติให้ปรากฏ แถมไม่ได้ปฏิรูปในมิติอื่นๆ ด้วยซ้ำไป..?!

คราวนี้มาดูทัศนคติต่อการเคารพประชาชน ของประธานาธิบดีแดนมังกร “สีจิ้นผิง” ว่าช่างแตกต่างกับ “นายกฯ ตู่” ราว “ฟ้ากับดิน”!

“สีจิ้นผิง” ยืนยันเสมอว่า “สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์” กับ “ผู้บริหารชาติจีน”ทุกระดับ “ต้องใกล้ชิดกับประชาชนอย่างแนบแน่น ใช้พลังความกระตือรือร้น ความเป็นตัวของตัวเอง และความเป็นผู้สร้างสรรค์ของประชาชนให้เต็มที่”

“สีจิ้นผิง” ทำให้ฝันของจีน ในการฟื้นคืนความยิ่งใหญ่ของชนชาติจีนเป็นจริง ด้วยการทลายกำแพง ไร้สิ่งขวางกั้นระหว่างพรรคกับมวลชน เพิ่มพูนความสัมพันธ์ฉันเลือดเนื้อของพรรคกับมวลชน

ตั้งแต่ช่วง “สีจิ้นผิง” ได้เป็นเลขาธิการใหญ่ของพรรคฯ “สีฯ” กำหนดให้ “ประชาชน” เป็นหัวใจของการบริหารชาติ ภายใต้แนวคิด “เคารพประชาชน”!

“สีจิ้นผิง” เน้นย้ำอยู่เสมอว่า การใกล้ชิดประชาชน ต้องมีความจริงใจ ความรักต่อประชาชนต้องเป็นมาตรการที่จับต้องได้ และการยังประโยชน์ต่อประชาชน ต้องมีผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง!

ต้องยอมรับว่า ชาวจีนในอดีตก่อนการปฏิวัติสำเร็จนั้น พวกเขาต้องดำรงชีวิตอย่างอดอยาก คนจีนมิใช่น้อย จึงจำต้องเดินทางจากแผ่นดินถิ่นเกิด “ไปตายเอาดาบหน้า” ด้วยการไปอาศัยและทำมาหากิน ตามดินแดนต่างๆทั่วทุกมุมโลก

“ซุนยัดเซ็น” ได้ต่อสู้จนชาติจีนเปลี่ยนการปกครอง เป็นระบอบประชาธิปไตย ที่มีประธานาธิบดี “ซุนยัดเซ็น” เป็นผู้นำ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค “ก๊กมินตั๋ง” ภายหลังประธานาธิบดี “ซุนยัดเซ็น” สิ้นชีวิต “เจียงไคเช็ก” จึงขึ้นดำรงตำแหน่ง เป็นทั้งหัวหน้า “พรรคก๊กมินตั๋ง” ควบตำแหน่ง “ประธานาธิบดี” รวมทั้งมีอำนาจคุม “กองทัพจีน” อีกด้วย..

ห้วงเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง ผู้นำชาติจีน “เจียงไคเช็ก” ที่มีสหรัฐอเมริกาให้การสนับสนุนทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ต้องเผชิญหน้าปะทะกับกองทัพปลดแอกประชาชนจีน ซึ่งบัญชาการรบในนาม “พรรคคอมมิวนิสต์จีน” โดยมีประธาน “เหมาเจ๋อตุง” ชี้นำ ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ให้พลพรรคกองทัพแดงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดยั้ง

ทว่า..สงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้ “พรรคก๊กมินตั๋ง” กับ “พรรคคอมมิวนิสต์จีน” ที่เป็น “ศัตรู”รบพุ่งแย่งชิงอำนาจรัฐกันอย่างเอาเป็นเอาตาย จำต้อง “หันหน้ามาจับมือ” กันชั่วคราว เพื่อร่วมต่อสู้ปกป้องแผ่นดินจีนอันกว้างใหญ่ จากการรุกรานของญี่ปุ่น

โดย “เจียงฯ” กับ “เหมาฯ” ปักหลักผนึกกำลังกับ “กลุ่มชาติพันธมิตร” ที่นำโดย“ ชาติมะกัน” กับชาติต่างๆ ในยุโรป ทำสงครามรบพุ่งกับ “ฝ่ายอักษะ” ซึ่งมี “เยอรมนี” กับ “ญี่ปุ่น” เป็นชาติแกนนำหลัก

ครั้งนั้น! ชาติจีน-ถูก “ญี่ปุ่น” ยาตราทัพบุกเข้ายึดแผ่นดิน และเข่นฆ่าชาวจีนอย่างหฤโหดหลายจุด เฉพาะในเมือง“นานกิง”แห่งเดียว ทหารญี่ปุ่นได้ข่มขืนและฆ่าชาวจีน ล้มตายเป็นเบือกว่าแสนคน..!!!

เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองยุติลง “พรรคก๊กมินตั๋ง” กับ “พรรคคอมิวนิสต์จีน” ได้กลับมาต่อสู้กันอย่างดุเดือดอีกครั้ง แต่ประชาชนจีนให้การสนับสนุน “เหมาเจ๋อตุง” จนการปฏิวัติจีนประสบชัยชนะเหนือ “รัฐบาลทุนสามานย์จีน” ของ “พรรคก๊กมินตั๋ง”

“เจียงไคเช็ก” จำต้อง “ยกธงขาว” ยอมรับความพ่ายแพ้ต่อ “เหมาเจ๋อตุง” ยกพวกเผ่นหนีจากแผ่นดินใหญ่จีน ไปยึด “เกาะไต้หวัน” จวบจนทุกวันนี้!

“พรรคคอมมิวนิสต์จีน” ที่นำโดย “เหมาเจ๋อตุง” กับพลพรรคที่ร่วมเป็นร่วมตาย จนนำชัยชนะมาให้กับประชาชนจีนกว่า 1,000 ล้านคน ได้เริ่มศักราชใหม่อย่างแข็งขัน ก้มหน้าก้มตาพัฒนาชาติจีนที่อ่อนแอล้าสมัย ท่ามกลางการดูถูกดูแคลนจาก “ชาติมะกัน” และ “ชาติตะวันตก” ที่ทำตัวเป็น “แก๊งมาเฟียโลก”

จากก้าวแรกชนะศึก “เหมาเจ๋อตุง” ส่งต่อภารกิจให้กับ “เติ้งเสี่ยวผิง” ผู้ปรับแนวคิดพัฒนาทุกมิติของจีน ด้วยสูตร “แมวสีอะไรขอให้จับหนูได้..ล้วนเป็นแมวดี” ซึ่ง “ประธานาธิบดีทุกคน” ต่างเดินตามเส้นทางดังกล่าวของ “เติ้งเสี่ยวผิง” จนมาถึงยุคประธานาธิบดี “สีจิ้นผิง” ในวันนี้

“สีฯ” กำหนดให้ยึด “ประชาชน” เป็นหัวใจ บริหารชาติภายใต้แนวคิด “เคารพประชาชน”!

การใกล้ชิดประชาชน ต้องมีความจริงใจ ความรักต่อประชาชนต้องเป็นมาตรการที่จับต้องได้ และการยังประโยชน์ต่อประชาชน ต้องมีผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง!

น่าอนาถใจ.. เมื่อหันมามอ ง“ผู้นำชาติไทย” ที่ทำ “ตรงกันข้าม” กับ “ผู้นำชาติจีน” โดยสิ้นเชิง!..

“นายกฯ ตู่” ยึดแต่“คนรวยน้อยนิด”เป็นหลัก แทนที่จะยึด “ประชาชนส่วนใหญ่เป็นหัวใจ”

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

Latest Posts