วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 23, 2026
หน้าแรกต่างประเทศจีนเปิดฉากทัศน์ “ไทย-จีน” หลังลงนามนโยบาย “จีนเดียว”

Related Posts

เปิดฉากทัศน์ “ไทย-จีน” หลังลงนามนโยบาย “จีนเดียว”

จากกรณีที่เมื่อวันอังคารที่ 21 ก.ค. 2569 เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศของจีนเผยแพร่แถลงการณ์ร่วมระหว่างรัฐบาลจีนกับไทย โดยช่วงหนึ่งระบุว่า ไทยยอมรับว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนอย่างไม่อาจแบ่งแยก และจะไม่สนับสนุนการแยกเอกราชของไต้หวัน นอกจากนั้น ไทยยังสนับสนุนนโยบาย หนึ่งประเทศสองระบบของจีนอีกด้วย

การออกแถลงการณ์ร่วมไทย-จีน และการตอกย้ำจุดยืนเรื่อง “นโยบายจีนเดียว” อย่างเข้มข้น  รวมถึงการกล่าวถึง “หนึ่งประเทศ สองระบบ” และการไม่สนับสนุนการแยกเอกราชของไต้หวัน ถือเป็นความเคลื่อนไหวทางทางการทูตที่สำคัญมาก ในด้านบวกไทยจะได้รับความมั่นใจและการขับเคลื่อนโครงการลงทุนจากจีน ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน รวมถึงการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ในภูมิภาค ซึ่งช่วยเปิดประตูการค้าในแถบระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC การดึงดูดอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เปิดทางให้จีนเข้ามาลงทุนใน EV, พลังงานสะอาด และ AI ซึ่งไทยกำลังต้องการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างอุตสาหกรรม ทำให้ไทยอยู่ในสถานะ “พันธมิตรที่ไว้ใจได้” ในสายตาของรัฐบาลปักกิ่ง ส่งผลดีต่อการประสานงานระดับผู้นำและการแก้ปัญหาข้ามพรมแดน เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์, อาชญากรรมข้ามชาติ

ไทยจะได้รับความไว้วางใจให้เข้าถึงตลาดขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งการยอมรับนโยบายจีนเดียวเป็น “เงื่อนไขขั้นพื้นฐาน” ในการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งช่วยเปิดประตูให้เข้าถึงตลาดที่มีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน ประเทศที่รับรองข้อตกลงนี้มักได้รับสิทธิประโยชน์จากการลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของจีน รวมถึงโครงการขนาดใหญ่อย่าง Belt and Road Initiative (BRI) ซึ่งช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและสาธารณูปโภคในประเทศนั้นๆ

สิทธิประโยชน์ทางการค้า ช่วยให้การเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) การลดภาษีศุลกากร และการส่งออกสินค้าไปยังจีนทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แรงสนับสนุนจากสมาชิกถาวร UNSC ซึ่งจีนเป็น 1 ใน 5 สมาชิกถาวรของคณะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council) ซึ่งมีอำนาจการวีโต้ การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับจีน ทำให้ประเทศนั้นๆ มีพันธมิตรที่มีอิทธิพลสูงในเวทีสากล

ปัจจุบัน ประเทศส่วนใหญ่ในโลก (รวมถึงสหประชาชาติ และประเทศมหาอำนาจส่วนใหญ่) ยึดถือแนวทางหรือนโยบายที่รับรอง/รับรู้หลักการจีนเดียว การปฏิบัติตามแนวทางนี้จึงช่วยให้ประเทศต่างๆ อยู่ในกระแสหลักของระบบการเมืองโลก การบริหารความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ในเชิงยุทธศาสตร์ การลดความขัดแย้งในช่องแคบไต้หวัน ช่วยให้เส้นทางการค้าและการขนส่งสินค้าทางทะเล ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกมีความมั่นคงและคาดเดาได้มากขึ้น เปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การศึกษา และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ร่วมกับสถาบันและวิสาหกิจของจีน

อย่างไรก็ตาม แม้การลงนามรับรองจะมีผลดีอย่างมากในมิติเศรษฐกิจและความสัมพันธ์กับจีนแผ่นดินใหญ่ แต่หลายประเทศก็มักจะใช้ “การทูตแบบไม่เป็นทางการ” ควบคู่กันไป เพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า และเทคโนโลยี เช่น อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ กับไต้หวันไว้อย่างแนบเนียนด้วยเช่นกัน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts