วันจันทร์, กันยายน 26, 2022
หน้าแรกคอลัมนิสต์ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย“บิ๊กเหลี่ยม” กลับมาหวังสอย “บิ๊กตู่”! (ตอนหก) อืม.. “ผมจะเป็นคนที่ไม่พูดโกหก”?!

Related Posts

“บิ๊กเหลี่ยม” กลับมาหวังสอย “บิ๊กตู่”! (ตอนหก) อืม.. “ผมจะเป็นคนที่ไม่พูดโกหก”?!

“สอดแนมการเมือง” โดย “ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”

ขอยืนยันอีกครั้งว่า “นักการเมือง” ทั้งเลือกตั้งและรัฐประหารส่วนใหญ่.. มักพูดโกหก!

ลองมาฟัง “นายกฯ บิ๊กตู่” พูดในสภาฯ กันหน่อย จะชอบหรือไม่ชอบก็ตามอัธยาศัย ข้อความในวงเล็บเป็น “ความเห็นของผม” นอกนั้นเป็นคำพูดของ“นายกฯ บิ๊กตู่” ครับ..

“ผมได้รับฟังการอภิปรายมาตั้งแต่ช่วงเช้า ยืนยันว่าให้ความสำคัญกับสภาฯ ให้ความสำคัญกับกระบวนการนิติบัญญัติ และให้เกียรติท่านเสมอ แต่ทุกคนต้องรู้ว่า การให้เกียรติมันต้องมีการให้เกียรติกันและกัน..ผมรู้สึกสะท้อนใจ ในการใช้คำพูด วาจา การฉีกกระดาษ ฉีก พ.ร.ก.ควรทำหรือไม่..ขอให้พี่น้องประชาชนพิจารณาเอาเอง..”

“ผมเป็นทหารมาก่อน ต้องวางแผนกระจายวัคซีน และต้องปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพราะยอดจองวัคซีนมากกว่า..ผมยืนยันว่า การนำเข้าวัคซีนเป็นไปตามสัญญาหลัก แต่วัคซีนทยอยส่ง ดังนั้น การบริหารฉีดวัคซีนผมยอมให้หน่วยงานบริหารจัดการเอง เช่น เดือนปัจจุบันได้วัคซีน 5 แสนโดส หน่วยงานต้องบริหารให้ได้ภายใน 1 เดือน แต่หากเร่งฉีด 4 แสนโดส ภายในวันเดียวการฉีดจะไม่ถึงเดือน ดังนั้น ต้องยืดให้ยาว เพื่อรอวัคซีนล็อตใหม่เข้ามา”

(อ้าว..งานนี้ “นายกฯ บิ๊กตู่” ไม่ผิดนี่หว่า มันเป็นความผิดของประชาชนเอง ที่ดันตื่นตัวออกมาฉีดวัคซีนกันมากไป อีกทั้ง “บุคลากรทางการแพทย์” ก็เก่งเกินไป จึงฉีดวัคซีนเร็วไป ก็ต้อง “ขอโทษบิ๊กตู่” ด้วยนะจ๊ะ!!!)

“การสื่อสาร ต้องฟังรัฐบาลและผม หากไม่ฟังก็ไปกันใหญ่ มีปัญหาทางการรับรู้และบิดเบือน ทุกวันนี้มีการเมืองแทรกหมด..ผมคิด ไม่เคยหยุดคิด..ปัจจุบันต้องแก้ และต้องคิดถึงอนาคต ปีหน้าต้องหาวัคซีนอย่างไร ซึ่งขณะนี้ได้เจรจากับรัฐบาลจีนแล้ว ส่วนเอกชนจะนำเข้าวัคซีน ผมไม่ขัดข้อง แต่ต้องเจรจากับบริษัทที่ขึ้นทะเบียนกับ อย. เพื่อไม่ให้เป็นปัญหา เพราะเป็นวัคซีนฉุกเฉิน อย่างไรก็ตามรัฐบาลต้องรับผิดชอบทุกคนที่มีผลข้างเคียง อีกทั้งต้องคำนึงถึงความเป็นธรรม ว่ารัฐบาลฉีดให้ประชาชนฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย”

(อืม..“นายกฯ บิ๊กตู่” ยุค 4.0 ถึงจะช้า ถึงจะพลาดบ้าง แต่มีวิชั่นจริงๆ..โคตรมีวิชั่นเลยนะเว้ยเฮ้ย..!)

“ผมก็เป็นคนมีชีวิตจิตใจเหมือนกันนะ ถึงผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ตาม..ผมทนอย่างถึงที่สุดแล้วล่ะ ทุกท่านก็รู้นิสัยผมอยู่ ผมเคารพท่านให้เกียรติท่านเสมอ ท่านรู้จักการให้เกียรติคนอื่นบ้าง เมื่อเช้านั่งอยู่ในห้องนี้ก็มีโหวกเหวกๆ ด่านายกฯไป นายกฯ ออกไปสักที ผมไม่รู้ว่าทำอะไรได้บ้างที่รัฐสภา..เมื่อกี้ก็เอาผู้ต้องหามาแถลงสู้คดีอยู่ข้างล่าง อะไรเกิดขึ้นกับประเทศไทยผมไม่รู้..”

(ถ้า “นายกฯบิ๊กตู่” อยากรู้ ก็ถาม “ลุงพล-ทนายตั้ม” ดูสิ หรือถาม “ส.ส.ผู้ทรงเกียรติสิระ” เลย..ได้รู้แน่นอน..)

“ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ แต่ผมตั้งเกียรติเองไม่ได้ ต้องให้คนอื่นมอบให้ หากผมทำดีควรให้เกียรติ หากไม่ดีก็ไม่ให้เกียรติ ที่ผ่านมาผมไม่เคยนึกถึงตัวเอง หัวผมทำงานทุกวัน ฝันก็ยังเป็นงานไม่เคยฝันเป็นอย่างอื่น..ผมยืนยันอยู่จนครบ จะได้เลิกพูดสักที วันหน้าหากเลือกตั้ง ก็เลือกให้ดี”

(คนดีน่ะ ประชาชนอยากได้มานานแล้ว แล้วไฉน “นายกฯบิ๊กตู่” จึงไม่ทำตามคำพูด ทำไมไม่ปฏิรูปการเมืองก่อนเลือกตั้ง ขจัดคนชั่วออกไปจากสนามการเมือง เปิดทางให้คนดีมาลงเลือกตั้งเยอะๆ ล่ะ?)

วันก่อน “นายกฯ บิ๊กตู่” ยืนผงาดประกาศกลางสภาฯ สว. อารมณ์โกรธเกรี้ยวชวนให้อึ้งทึ่งเสียว ด้วยว่ามีคนไล่ “นายกฯ บิ๊กตู่” ทั้งในและนอกสภาฯ..ราวกับเป็น“หมู” เป็น “หมา”..

“ผมพร้อมสู้ ทุกวันนี้มีคนไล่ผม แต่จะบอกว่า ยิ่งไล่ ผมยิ่งสู้”

“ผมยืนยันจะอยู่จนครบเทอม ไม่ยุบสภาไปก่อน”

16 มิถุนายน 2564 “นายกฯ บิ๊กตู่” แถลงผ่านทีวีรวมการเฉพาะกิจ ถ่ายทอดทั่วไทยแลนด์แดนสยาม ขอยกบางส่วนมาดังนี้..

“ในช่วงหนึ่งเดือนกว่าที่ผ่านมานี้ การที่ผมในฐานะนายกรัฐมนตรี สามารถสั่งการโดยตรงได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยบูรณาการ การทำงาน และช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในการทำงานใหญ่ ที่มีหลายหน่วยงานมาเกี่ยวข้อง วันนี้ ได้มีส่วนช่วยให้หน่วยงาน และคณะกรรมการชุดต่างๆ สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างฉับไว และเป็นไปในทิศทางเดียวกันมากยิ่งขึ้น ตลอดจนแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว”

“ในส่วนของการเดินหน้าจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม จนถึงตอนนี้ ยืนยันการจัดหา โดยมีการลงนามในสัญญาจอง หรือสัญญาซื้อไปแล้ว 105.5 ล้านโดส ทำได้เกินเป้าหมายที่เราตั้งไว้สำหรับปีนี้ โดยทั้งหมดจะทยอยส่งมอบเข้ามาภายในปีนี้ และจะทยอยฉีดต่อไป พร้อมกันนี้ เรายังจะเดินหน้าจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมอีกสำหรับปีหน้า”

 “เราจะสามารถฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้โดยเฉลี่ย ประมาณเดือนละกว่า 10 ล้านโดส หากวัคซีนส่งมาเพียงพอในแต่ละเดือน และประมาณต้นเดือนตุลาคมจะมีประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีน อย่างน้อยเข็มแรกแล้ว จำนวน 50 ล้านคน

(เพี้ยงๆ..ขอให้จริง..คราวนี้ขอให้จริงเถอะนะ)”

 “ตอนนี้ ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องมองไปในอนาคตที่ไกลขึ้นอีก คือ การเปิดประเทศ และรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยอีกครั้ง นี่คือหนทางสำคัญหนทางหนึ่ง ที่จะบรรเทาความทุกข์ยากเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่ไม่สามารถทำมาหากินกันได้มาเป็นระยะเวลานาน”

 “วันนี้ ผมขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า ผมตั้งเป้าเอาไว้ว่า ประเทศไทยจะต้องเปิดประเทศทั้งประเทศ ให้ได้ภายใน 120 วัน นับจากวันนี้ ส่วนเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญๆ หากพร้อมได้เร็วกว่า ก็ควรทยอยเปิดให้ได้เร็วกว่านั้น”

 “นักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบโดส เรียบร้อยแล้ว ควรเดินทางเข้าประเทศไทยได้ โดยไม่ต้องกักตัวและไม่ต้องมีเงื่อนไขข้อห้ามที่สร้างความยากลำบาก รวมทั้งคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ หากเป็นคนที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว ก็ควรจะเดินทางกลับเข้าประเทศของตัวเองได้ โดยไม่ต้องกักตัวเช่นเดียวกัน”

 “ในส่วนของสถานที่ทำงาน และธุรกิจร้านค้าต่างๆ ควรต้องกลับมาเปิดทำการได้ การเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ควรทำได้โดยไม่มีข้อห้ามหรือข้อบังคับแบบเหมารวมทั้งจังหวัด ที่จะสร้างความยากลำบากอีก”

 “ยกเว้นหากมีสถานการณ์ร้ายแรงใหม่เกิดขึ้น หรือมีความจำเป็นจริงๆ ก็ให้พิจารณาเป็นกรณีไป”

“ผมรู้ว่าการตัดสินใจของผมวันนี้ มาพร้อมความเสี่ยง เพราะเมื่อเราเปิดประเทศ ไม่ว่าเราจะเตรียมการป้องกันขนาดไหนก็ตาม ก็ยังมีความเป็นไปได้ว่า อาจจะทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นบ้าง แต่เมื่อเราประเมินสถานการณ์ และคิดถึงความอยู่รอดในการทำมาหากินของพี่น้องประชาชน ผมคิดว่า ถึงเวลาแล้วครับที่เราจะต้องยอมรับความเสี่ยงร่วมกันบ้าง หากความเสี่ยงนั้น เราได้ประเมินอย่างรอบคอบแล้วว่า อยู่ในระดับที่เราพอจะรับได้ เราต้องจัดลำดับความสำคัญภายใน สำหรับประเทศไทยของเรา เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ครับ”

 “ขณะนี้ ภารกิจต่อไปของผมคือ ผมต้องทำให้ทุกคนสามารถกลับมาทำมาหากินกันได้ปกติอีกครั้ง โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้..นี่คือนโยบายของผม และเป็นเป้าหมายที่ผมตั้งไว้”

“การปูพรมฉีดวัคซีนทั่วประเทศ ให้ได้ครบตามเป้าหมายภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน เป็นภารกิจสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ และเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน บางอย่างอาจจะไม่เป็นไปตามแผนหรือบางอย่างอาจจะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสม ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และมีความไม่แน่นอน ขอให้ทุกคนเปิดใจว่าภารกิจใหญ่ขนาดนี้ ที่ต้องเร่งให้เร็วที่สุดและต้องเข้าถึงทุกคน ทุกพื้นที่ ครอบคลุมทั้งประเทศ..”

ผมดูท่านนายกฯ แถลงฯ แล้ว ก็นึกถึงเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อน ที่ “นายกฯ บิ๊กตู่” เดือดปุดๆ กลางสภาฯ

“ผมไม่ได้เอาเรื่องโกหกบิดเบือนมาสู้ท่าน..ผมพูดไม่ได้ ผมเป็นคนหนึ่งที่ผมถวายสัตย์ปฏิญาณไว้แล้วว่า ผมจะเป็นคนที่ไม่พูดโกหก เป็นคนซื่อสัตย์สุจริต จงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นั่นคือผม”

โอ๊ะ!..วันนี้ผมตกใจจริงๆ นะ ที่ “นายกฯ บิ๊กตู่” กล้าพูดว่า “ผมจะเป็นคนที่ไม่พูดโกหก”!!!

บทความก่อนหน้านี้สาระขัน “ตู่จันทร์” กับ “ตู่ไทย”? (ตอนแรก)
บทความถัดไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

Latest Posts