สถานการณ์รอบโลก วันพุธที่ 20 ตุลาคม

0
14

เฟซบุ๊กวางแผนรีแบรนดิ้งบริษัท เผยชื่อใหม่สัปดาห์หน้าเน้นเมตาเวิร์ส

วันที่ 20 ตุลาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างอิงเดอะเวิร์ช เว็บไซต์ข่าวเทคโนโลยีระบุว่า บริษัทเฟซบุ๊ก อิงค์ เจ้าของแพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ยอดนิยม วางแผนที่จะรีแบรนด์บริษัท ด้วยการเปลี่ยนชื่อใหม่โดยมุ่งเน้นไปในเรื่องเมตาเวิร์ส โลกดิจิทัลที่ผู้คนสามารถโต้ตอบและใช้พื้นที่เสมือนจริงร่วมกันได้ ท่ามกลางการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแลและบรรดาสมาชิกสภา โดยชื่อใหม่จะถูกประกาศในสัปดาห์หน้า

การเคลื่อนไหวดังกล่าวจะทำให้เฟซบุ๊กเป็นหนึ่งในหลายๆ แอพพ์ภายใต้การดูแลของบริษัทแม่เหมือนอย่างอินสตาแกรมและวอทส์แอพพ์ ซึ่งจะเหมือนกับกูเกิลที่ปรับโครงสร้างเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นที่มีชื่อว่าอัลฟาเบ็ตในปี 2015

ในขณะที่เฟซบุ๊กกำลังถูกตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานกำกับดูแลและสมาชิกสภาทั่วโลกในเรื่องวิธีการกลั่นกรองเนื้อหาและภัยอันตรายที่มีความเชื่อมโยงกับเฟซบุ๊ก นอกจากนี้ ยังมีเอกสารภายในบริษัทที่พนักงานนำมาแฉจนนำไปสู่การพิจารณาคดีเมื่อสัปดาห์ก่อน

นอกจากนี้ เดอะเวิร์ชยังระบุว่า มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของเฟซบุ๊กวางแผนที่จะพูดเรื่องการเปลี่ยนชื่อในงานคอนเน็ก คอนเฟอเรนซ์ ซึ่งเป็นการประชุมประจำปีของบริษัทที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 ตุลาคม แต่เรื่องนี้อาจถูกเปิดเผยเร็วกว่านี้ ในขณะที่เฟซบุ๊กระบุว่าจะไม่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวลือ หรือการคาดเดา

WHO เจรจา “เมอร์ค” ขอซื้อยาโมลนูพิราเวียร์ในราคา 300 บาท/คอร์ส

(20 ต.ค. 2564) สื่อต่างประเทศรายงานว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) กำลังเจรจากับบริษัท “เมอร์ค” ขอซื้อยาเม็ดโมลนูพิราเวียร์ในราคา300 บาท/คอร์ส สำหรับการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในประเทศรายได้ต่ำภายใต้โครงการความช่วยเหลือของ WHO ที่มีชื่อว่า ACT-A

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างอิงร่างเอกสารฉบับหนึ่งระบุว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) มีโครงการที่จะช่วยให้ ประเทศยากจน สามารถเข้าถึงวัคซีนและ ยาต้านโควิด-19 โดย WHO จะจัดซื้อยาดังกล่าวในราคาเพียงคอร์สละ 10 ดอลลาร์ หรือราว 300 บาท

แม้ว่า WHO ไม่ได้ระบุโดยตรงถึงการจัดซื้อ ยาโมลนูพิราเวียร์ แต่เอกสารดังกล่าวระบุว่า โครงการ Access to COVID-19 Tools Accelerator (ACT-A) ของ WHO มีแผนจะจัดซื้อ “ยาที่ใช้รับประทานตัวใหม่สำหรับการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรงถึงปานกลาง” รวมทั้งยาอื่นๆ ที่กำลังพัฒนาสำหรับการรักษาโรคโควิด-19 จำนวน 28 ล้านคอร์ส ในราคาคอร์สละ 10 ดอลลาร์

ทั้งนี้บริษัทเมอร์คเคยประกาศขายคอร์สละ 700ดอลลาร์( 23,000 บาท)ต่อยา 40 เม็ด

หลายชาติยอมรับบทบาทผู้นำของสหรัฐฯ มากขึ้น

จากบริษัทวิจัย Gallupพบว่า ในระยะ 6 เดือนแรกที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตามการสำรวจล่าสุดการสำรวจทัศนะการยอมรับบทบาทของสหรัฐฯ ในเวทีโลก ทั้งนี้ Gallup เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างใน 108 ประเทศทั่วโลกพบว่า 46 ประเทศที่เก็บข้อมูลเมื่อต้นเดือนสิงหาคม ให้การยอมรับบทบาทของสหรัฐฯในเวทีโลก เพิ่มขึ้นเป็น 49% มากกว่าระดับ 30% ซึ่งถือว่าตกต่ำเป็นประวัติการณ์เมื่อปี 2020 ในยุคของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่ระดับการยอมรับบทบาทผู้นำของสหรัฐฯ ลดลงใน 3 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย เซอร์เบีย และเบนิน

การสำรวจนี้ยังพบระดับการยอมรับบทบาทผู้นำของอเมริกาในระดับโลก ปรับตัวเพิ่มขึ้นในบางประเทศของยุโรป ได้แก่ เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส โปรตุเกส เนเธอร์แลนด์ และสวีเดน รวมทั้งแคนาดาที่มีทัศนะยอมรับมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด จาก 17% เป็น 55%

ถึงแม้ทัศนะการยอมรับบทบาทของสหรัฐฯ ในเวทีโลกจะดีขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ก็ตาม แต่จากการสอบถามผู้คนในยุโรป เอเชีย และทวีปอเมริกา ถึงทัศนะการยอมรับบทบาทผู้นำของสหรัฐฯ กับประเทศมหาอำนาจต่างๆ อย่าง เยอรมนี ฝรั่งเศส จีน และรัสเซีย กลับพบว่า สหรัฐฯ ได้รับการยอมรับในเวทีโลกตามมาเป็นอันดับ 2 รองจากพันธมิตรอย่างเยอรมนีในการสำรวจปีนี้

รมว.ความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐติดเชื้อโควิด แม้ฉีดวัคซีนครบโดส

นายอเลฮานโดร มายอร์กาส รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ มีผลตรวจเชื้อโควิด-19 เป็นบวก แม้ว่าได้รับวัคซีนครบโดสแล้วก็ตาม
โฆษกกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐกล่าวในระหว่างการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า “ท่านรัฐมนตรีมายอร์กาสมีผลตรวจเชื้อโควิด-19 เป็นบวกในช่วงเช้าของวันอังคาร (19 ตุลาคม) ตามเวลาสหรัฐ หลังเข้ารับการตรวจตามปกติก่อนการเดินทาง โดยรัฐมนตรีมีอาการป่วยเล็กน้อย ท่านได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว และจะกักตัว โดยจะทำงานจากที่บ้านตามกฎระเบียบของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (CDC) และคำแนะนำของแพทย์ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกำลังตรวจสอบประวัติการสัมผัส และพบปะผู้คนของท่านรัฐมนตรี”

สหรัฐฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชาชนแล้ว 409 ล้านโดส

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐเปิดเผยว่า สหรัฐได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ประชาชนในประเทศไปแล้วทั้งสิ้น 409,438,987 โดส ณ วันอังคารที่ 19 ต.ค. และกระจายวัคซีนออกไปแล้ว 495,844,635 โดส

CDC เปิดเผยว่า มีประชากร 219,161,368 คนได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส ขณะที่ 189,487,793 คนได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว

อเมริกันเจอปัญหาคนลงทะเบียนเรียนน้อยลงนับแต่ปี 2007

สำนักงานสำรวจประชากร (the U.S. Census Bureau) รายงานเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมว่าการลงทะเบียนเรียนของนักเรียนลดลง 2.9 ล้านรายจากปี 2019 ถึง 2020 ถือว่าต่ำสุดนับตั้งแต่ 2007เป็นต้นมา เฉพาะระดับคอลเลจคิดเป็น 615,000 รายลดลง นำโดย community colleges อีกประการหนึงที่น่าสังเกตุอาจเป็นเพราะภายหลังการฟื้นตัวจากโรคระบาดโควิด-19 บริษัทนายจ้างเปิดรับสมัครงานทำให้คนหนุ่มสาวในวัยเรียนหันไปสมัครกันมากขึ้นแล้วหันหลังให้กับคอลเลจ

พฤติกรรมนี้แตกต่างไปจากปี 2008 ที่สหรัฐตกอยู่ในภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ (Great recession) กลับมีการลงทะเบียนเพิ่ม 1.9 % ในปีการศึกษา 2009-2010 อีกประการหนึ่งคนหนุ่มสาวเหล่านี้เห็นว่าค่าเล่าเรียนแพงขึ้น สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นไปทั่วเช่น Nursery school ไม่มีคนเรียนถึง 25% เด็กวัยก่อนเข้าโรงเรียน (Kindergarten) ลดลง 9%. เด็ก 3-4 ขวบที่แม่ต้องไปทำงานก็ไม่ได้ลงทะเบียน 35% ตัวเลขปี 2019-2020

ค้นหาแหล่งเที่ยวในสหรัฐเพิ่ม 48 %

เว็บไซต์การท่องเที่ยว Kayak ในเครือของบริษัทบุ๊กกิ้ง โฮลดิ้งส์ เปิดเผยข้อมูลว่า การค้นหาเกี่ยวกับการเดินทางจากต่างประเทศมายังสหรัฐอเมริกาพุ่งขึ้น 48% ในวันเสาร์ที่ผ่านมา (16 ต.ค.) เมื่อเทียบเป็นรายสัปดาห์

ความเคลื่อนไหวในเชิงบวกดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ทำเนียบขาวได้ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่15 ต.ค. ว่าจะยกเลิกมาตรการจำกัดการเดินทางสำหรับป้องกันโควิด-19 ให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย.นี้เป็นต้นไป

บริษัทเอ็กซ์พีเดียก็เปิดเผยข้อมูลที่สอดคล้องกันกับเว็บ Kayak โดยระบุว่า มีนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษเพิ่มขึ้น 28% และนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น 24% ที่ค้นหาโรงแรมในสหรัฐ เมื่อเทียบช่วง 8-10 ต.ค. กับช่วง 15-17 ต.ค.

ระเบิดรถบัสทหารกลางกรุงดามัสกัส ตาย 14 รุนแรงสุดในรอบ 4 ปี

สำนักข่าวซานารายงานว่า กลุ่มก่อการร้ายได้ก่อเหตุด้วยระเบิด 2 ลูก ที่ถูกติดตั้งอยู่กับรถบัส และจุดระเบิดขณะรถกำลังขับผ่านสะพานแห่งหนึ่งในกรุงดามัสกัสใกล้กับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยมีรายงานว่านอกจากจะมีผู้เสียชีวิต 14 รายแล้ว ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 3 คนด้วย

วิกฤติการเมือง และเศรษฐกิจที่เลวร้ายมากขึ้นในเฮติทำให้การลักพาตัวเกิดอย่างอุกอาจและบ่อยครั้งขึ้น ข้อมูลจากองค์กรศูนย์วิเคราะห์ และวิจัยสิทธิมนุษยชน (CARDH) ของเฮติ ระบุว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้มีคดีลักพาตัวเกิดขึ้นอย่างน้อย 628 คดี

เมื่อวันจันทร์ ชาวเฮตินัดหยุดงานทั่วประเทศ เพื่อประท้วงแก๊งอาชญากรและการลักพาตัว ที่เกิดเพิ่มขึ้นมานานหลายปี แต่เลวร้ายลงนับแต่การลอบสังหารประธานาธิบดีโฌเวแนล โมอิส เมื่อเดือนกรกฎาคม

ญี่ปุ่นยกระดับเตือนภัยภูเขาไฟอาโสะปะทุ แนะประชาชนเลี่ยงเข้าใกล้

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ภูเขาไฟอาโสะในญี่ปุ่นได้เกิดปะทุขึ้นในวันนี้ (20 ตุลาคม) และได้พ่นเถ้าภูเขาไฟพวยพุ่งสู่ท้องฟ้าสูงถึง 3,500 เมตร (2.17 ไมล์) ภูเขาไฟอาโสะตั้งอยู่บนเกาะเคียวชู และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในญี่ปุ่น

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาได้ยกระดับการเตือนภัยสู่ระดับ 3 จากทั้งหมด 5 ระดับ พร้อมกับเตือนให้ประชาชนอยู่ห่างจากภูเขาไฟลูกนี้ เศษหินจากภูเขาไฟอาจฟุ้งกระจายในรัศมีประมาณ 1 กิโลเมตร

ภูเขาไฟอาโสะเคยปะทุขึ้นในปี 2562 นอกจากนี้ ยังเคยเกิดเหตุการณ์ภูเขาไฟออนตาเกะปะทุในเดือนก.ย. 2557 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 63 ราย และนับเป็นภัยพิบัติจากภูเขาไฟที่รุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 90 ปีของญี่ปุ่น

‘โจรเฮติ’ ลักพาตัวกลุ่มมิชชันนารีอเมริกัน เรียกค่าไถ่แลกอิสรภาพ 566ล้านบาท

(20 ตุลาคม 2564) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ลิสต์ ควิเทล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของเฮติ เปิดเผยว่า สำนักสอบสวนกลางของสหรัฐ (เอฟบีไอ) และตำรวจเฮติ กำลังติดต่อกับแก๊ง” 400 มาโวโซ” ที่ลักพาตัวคณะมิชชันนารีและครอบครัวนอกกรุงปอร์โตแปรงซ์เมื่อวันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม เพื่อขอให้ปล่อยตัวพวกเขา แต่แก๊งนี้เรียกค่าไถ่แลกอิสรภาพของเหยื่อแต่ละคน คนละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมเป็นเงิน 17 ล้านดอลลาร์ (566.92 ล้านบาท)
ควิเทลบอกกับวอลล์สตรีทเจอร์นัลว่า การเจรจาต่อรองอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์

เหยื่อการลักพาตัวครั้งนี้เป็นชาวอเมริกัน 16 คน และแคนาดา 1 คน ในกลุ่มนี้ยังรวมถึงผู้หญิง 6 คน และเด็ก 5 คน พวกเขาโดนลักพาตัวในย่านครัวซ์-เดส์-บูเกต์ ห่างจากเมืองหลวงราว 13 กม. ซึ่งเป็นพื้นที่ของแก๊ง 400 มาโวโซ พื้นที่นี้เคยมีบาทหลวง 5 รูปและแม่ชี 2 คน รวมถึงพลเมืองฝรั่งเศส โดนลักพาตัวเมื่อเดือนเมษายน 2021 และได้รับการปล่อยตัวในเดือนเดียวกัน ควิเทลเปิดเผยว่า มีการจ่ายเงินค่าไถ่เพื่อช่วยบาทหลวง 2 รูปด้วย

วิกฤติการเมืองและเศรษฐกิจที่เลวร้ายมากขึ้นในเฮติทำให้การลักพาตัวเกิดอย่างอุกอาจ และบ่อยครั้งขึ้น ข้อมูลจากองค์กรศูนย์วิเคราะห์และวิจัยสิทธิมนุษยชน (CARDH) ของเฮติ ระบุว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้มีคดีลักพาตัวเกิดขึ้นอย่างน้อย 628 คดี

เมื่อวันจันทร์ ชาวเฮตินัดหยุดงานทั่วประเทศ เพื่อประท้วงแก๊งอาชญากรและการลักพาตัว ที่เกิดเพิ่มขึ้นมานานหลายปี แต่เลวร้ายลงนับแต่การลอบสังหารประธานาธิบดีโฌเวแนล โมอิส เมื่อเดือนกรกฎาคม

รัสเซล โครว์ ทวีตคลิป ‘เหี้ย’ ชี้ พบเพื่อนใหม่ที่ไทย

จากกรณีที่ รัสเซล โครว์ นักแสดงฮอลีวู้ดชื่อดังวัย 57 ปี เจ้าของรางวัลออสการ์จากภาพยนตร์เรื่อง Gladiator ทวีตภาพบรรยากาศ ขณะเดินทางมาถ่ายทำภาพยนตร์ ในประเทศไทย โดยหนึ่งในนั้นเป็นภาพสายสัญญาณพาดผ่านวิวท้องฟ้าในเมืองจนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง

ล่าสุดโครว์ ทวีตบรรยากาศขณะอยู่ในประเทศไทยอีกครั้ง โดยครั้งนี้เป็นคลิปวิดีโอ “ตัวเหี้ย” ที่ว่ายอยู่ในสระน้ำแห่งหนึ่ง โดยนักแสดงชื่อดังได้ทวีตข้อความระบุว่า “Lost in Bankok#3 My new buddy”

นอกจากนี้นักแสดงชื่อดังยังทวีตภาพเซลฟี่บรรยากาศการขี่จักรยานท่องเที่ยวในประเทศไทยอีกหลายภาพด้วยกัน

เมียนมาปล่อยนักโทษการเมือง หลังโดนอาเซียนกดดัน หลายสิบคนถูกจับซ้ำ

(20 ตุลาคม) สื่อเมียนมา และกลุ่มสิทธิมนุษยชนรายงานว่า หลังจากรัฐบาลทหารเมียนมาได้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองหลายร้อยคน รวมถึงโฆษกพรรคสันนิบาตชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางออง ซาน ซูจี และดาราตลกชื่อดัง แต่หลายคนกลับถูกจับอีกครั้งหลังได้รับการปล่อยตัว

ผู้ที่เข้าร่วมกับการประท้วงต่อต้านการยึดอำนาจ และผู้ที่อยู่ในรายชื่อผู้ที่เป็นที่ต้องการตัวมากกว่า 5,600 คน จะได้รับการอภัยโทษ หลังจากพลเอกอาวุโสมิน อ่อง ลาย ประกาศว่า รัฐบาลภายใต้การนำของเขายึดมั่นในสันติภาพและประชาธิปไตย

นักเคลื่อนไหวบางคนระบุว่า การปล่อยตัวนักโทษดังกล่าวเป็นเพียงแผนการของทหารที่จะสร้างความน่าเชื่อถือในสายตาประชาคมระหว่างประเทศ หลังจากที่อาเซียนได้ประกาศไม่เชิญผู้แทนฝ่ายการเมืองของเมียนมา ซึ่งหมายถึงตัวพลเอกอาวุโสมิน อ่อง ลาย เข้าร่วมประชุมกับผู้นำอาเซียนในการประชุมสุดยอดอาเซียนซึ่งจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า

รายงานข่าวระบุว่า หลังจากสื่อท้องถิ่นรายงานว่ามีการปล่อยตัวสมาชิกรัฐสภา ผู้สื่อข่าว และบุคคลต่างๆ จากเรือนจำอินเส่งในนครย่างกุ้ง รวมถึงเรือนจำในเมืองมัณฑะเลย์ เมืองเมะทีลา เมืองมะริด และเมืองล่าเสี้ยวทางตอนเหนือของรัฐชาน ก็มีรายงานตามมาว่ามีการจับกุมผู้ที่เพิ่งได้รับการปล่อยตัวซ้ำอีกครั้ง

สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง ซึ่งติดตามข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่เสียชีวิตและผู้ที่ถูกจับกุมตั้งแต่เกิดเหตุยึดอำนาจในเดือนกุมภาพันธ์ ระบุว่า เมื่อช่วงบ่ายวันอังคารที่ผ่านมา มีผู้ที่ถูกจับซ้ำหลังเพิ่งได้รับการปล่อยตัวราว 40 คน ขณะที่สื่อท้องถิ่นของเมียนมาก็รายงานว่ามีผู้ที่ถูกจับซ้ำหลายคนเช่นเดียวกัน

เรียกร้องให้ทั่วโลกคว่ำบาตรการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่กรุงปักกิ่ง

ตัวแทนกลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายแห่งยังเดินหน้าขอให้คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC – International Olympic Committee) เลื่อนการจัดการแข่งขันออกไป และจัดหาที่แข่งขันใหม่ หากปักกิ่งยังไม่ยอมยุติสิ่งที่สหรัฐฯ ระบุว่าเป็น การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยที่นับถือศาสนาอิสลามในจีนอย่างต่อเนื่อง

IOC พยายามไม่แตะประเด็นนี้ และ โธมัส บัค ประธานคณะกรรมการฯ กล่าวไว้ว่า มหกรรมการแข่งขันกีฬาโลกนี้ คือ “พื้นที่ที่มีความเป็นกลางทางการเมือง”
นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิ์กล่าวว่า ชาวอุยกูร์ราว 1 ล้านคนยังถูกกักตัวไว้ในค่ายที่ทางการจีนสร้างขึ้น และบางฝ่ายกล่าวหากรุงปักกิ่งว่า ทำการทรมาน บังคับการทำหมัน และบังคับใช้แรงงาน ต่อคนกลุ่มนั้น แต่รัฐบาลจีนปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด

นอกจากนั้น จีนยังถูกประชาคมโลกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลในฮ่องกง รวมทั้งนโยบายที่ดำเนินต่อไต้หวันและทิเบตด้วย
ไม่ว่าจะอย่างไร การเดินหน้าจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวยังคงเดินหน้าต่อไป ทั้งนี้ โคมไฟโอลิมปิกจากกรีซจะเดินทางถึงกรุงปักกิ่งในวันพุธที่ 20 ตุลาคม ก่อนจะมีการวิ่งคบเพลิงต่อไปจนถึงวันเปิดการแข่งขันในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ปีหน้า

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here