อีกแล้ว “สร้างไม่ตรงสเป๊ก”
ห้องทำงาน ส.ส.-ส.ว.
“สภาใหม่” กลิ่นหึ่ง

0
20

วิลาศ-วัชระ กระทุ้งเลขาสภาฯสอบการก่อสร้างห้องทำงาน ส.ส.-ส.ว.
หลังพบมีนับร้อยห้องไม่ตรงสเป๊กตามสัญญา
พร้อมจี้ปรับเงินผู้รับเหมาฯที่สร้างอาคารรัฐสภาไม่ทันตามสัญญา

เมื่อวันที่ 20 ต.ค.64 นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ และ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือผ่านงานสารบรรณ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถึง นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ตรวจสีผนังไม้ 11/DF-2 ในห้องทำงาน ส.ว. โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เนื่องจากได้รับการร้องเรียนทั้งจากสมาชิกรัฐสภาบางคนและผู้เกี่ยวข้องว่าการทำสีผนัง 11/DF-2 ห้องทำงานส.ว. จำนวน 215 ห้อง ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในสัญญา อีกทั้งผู้ออกแบบได้ทำการโต้แย้งไว้อย่างชัดเจนแล้ว จึงขอให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการให้เป็นไปตามข้อสัญญาโดยเคร่งครัด ดังนี้

1.มีการประชุม Work Shop เรื่องสีผนังไม้ห้องทำงาน ส.ส.และ ส.ว. เมื่อวันที่ 12 มี.ค.62 ผู้ออกแบบได้เห็นชอบแผงไม้ตัวอย่าง

2.เมื่อได้รับความเห็นชอบแผงไม้ตัวอย่าง ผู้รับจ้างจะต้องสร้างห้องตัวอย่าง (Mock Up Room) เพื่อให้ผู้ออกแบบและผู้ควบคุมงานตรวจสอบ ซึ่งผู้รับจ้างแจ้งให้ตรวจสอบในวันที่ 21 พ.ย.62 ในระหว่างสร้างห้องตัวอย่างก่อนตรวจสอบ ผู้รับจ้างก่อสร้างห้องทำงาน ส.ว. ไปจำนวนมากแล้ว และแม้จะได้รับการทักท้วงจากผู้ออกแบบ แต่ยังมีการก่อสร้างต่อไปอีกรวมแล้ว 215 ห้อง

3.ในการประชุมคณะกรรมการตรวจการจ้างครั้งที่ 20/63 วันที่ 25 มิ.ย. 63 ที่ประชุมคณะกรรมการตรวจการจ้างอนุมัติห้องทำงาน ส.ว. จึงขอให้ตรวจสอบว่าเป็นไปตามระเบียบหรือกฎหมายหรือไม่

4.ขอให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบว่าผู้รับจ้างทำถูกต้องตามที่กล่าวอ้างซึ่งตรงข้ามกับผู้ออกแบบหรือไม่ และใครต้องรับผิดชอบ กรณีนี้ต้องตรวจสอบหาผู้กระทำความผิดด้วย

5.ขอให้พิจารณาว่าการอนุมัติดังกล่าวจะเป็นสภาประหลาดหรือไม่ เพราะมีห้องทำงานผนังห้องแตกต่างกันอยู่ 215 ห้องจาก 750 ห้อง

6.ขณะนี้มีการแก้ไขสัญญาจ้างแล้วใช่หรือไม่ ใช้สัญญาข้อใดในการแก้ไข และเป็นไปตามกฎหมายในเรื่องการแก้ไขสัญญาต้องเป็นประโยชน์ต่อรัฐหรือไม่

เรื่องดังกล่าวนี้ ขอให้พิจารณาเรียกค่าใช้จ่ายในการควบคุมงานและที่ปรึกษาบริหารโครงการจำนวนเงินวันละ 332,140 บาท (สามแสนสามหมื่นสองพันหนึ่งร้อยสี่สิบบาท) ด้วย

นอกจากนี้ นายวิลาศและนายวัชระ ยังได้ยื่นหนังสืออีก 1 ฉบับถึงเลขาธิการสภาฯเรื่องค่าปรับผู้รับจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาตามที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ทำสัญญาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ สัญญาก่อสร้างเป็นเวลา 900 วันเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย. 56 สิ้นสุดสัญญา 24 พ.ย.58 และมีการขยายสัญญาไปอีก 4 ครั้งเป็นเวลา 1,864 วัน สิ้นสุดสัญญาที่ขยายวันที่ 31 ธ.ค.63

นับจากวันที่ 1 ม.ค. 64 ตามสัญญาสภาฯ จะต้องเริ่มปรับผู้รับจ้าง แต่เนื่องจากหนังสือเวียนของคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ลงวันที่ 10 ก.ย.63 และวันที่ 6 ส.ค.64 กรณีลดหรืองดค่าปรับหรือขยายเวลาก่อสร้าง ซึ่งอยู่ระหว่างรอการพิจารณาของสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตามในสัญญาข้อ 20 เรื่องค่าปรับและค่าเสียหาย นอกจากผู้รับจ้างต้องชำระค่าปรับ ผู้รับจ้างต้องชำระค่าใช้จ่ายในการควบคุมงานและที่ปรึกษาบริหารโครงการ ในเมื่อผู้ว่าจ้างต้องจ้างผู้ควบคุมงานและบริษัทที่ปรึกษาด้วยเป็นจำนวนวันละ 332,140 บาท (สามแสนสามหมื่นสองพันหนึ่งร้อยสี่สิบบาท) นับจากวันที่กำหนดแล้วเส็จตามสัญญา (31 ธ.ค. 63) เห็นว่าจำนวนเงินดังกล่าว ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์ Covid-19และไม่ใช่เป็นความผิดของผู้ว่าจ้าง อีกทั้งหนังสือเวียนของคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกล่าวเฉพาะเรื่องงดและลดค่าปรับหรือขยายเวลาก่อสร้าง จึงเห็นว่าเป็นหน้าที่ของผู้ว่าจ้างจะต้องเรียกเงินดังกล่าวมาชำระให้ผู้ควบคุมงานและที่ปรึกษาบริหารโครงการ แม้ว่าผู้ควบคุมงานหรือที่ปรึกษาบริหารโครงการจะสละสิทธิ์ ผู้ว่าจ้างมีความจำเป็นต้องเรียกเงินดังกล่าวเพราะเป็นเหตุให้สภาฯ เสียโอกาสเพื่อนำส่งคลังต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here