รำลึก 48 ปี 14 ตุลา ‘พรรคการเมือง’ และภาคส่วนต่างๆ ส่งตัวแทนเข้าร่วมคึกคัก ‘นายกฯ’ ส่ง ‘อนุชา’ กล่าวสดุดี

0
11

48 ปี 14 ตุลา16! ‘พรรคการเมือง’ ส่งตัวแทนเข้าร่วมคึกคัก นายกรัฐมนตรีส่ง ‘อนุชา’ กล่าวสดุดี ด้าน ‘อมธ.’ เจอ ‘ก๊วน3นิ้ว’ รุมถล่มก่นด่า คาใจไม่ให้จัด งาน 6 ตุลา แต่มากล่าวรำลึกงานนี้หน้าตาเฉย

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2564 ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 16 แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง กทม. ทางมูลนิธิ 14ตุลา ได้จัดงานรำลึก 48 ปี เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ประจำปี 2564 โดยช่วงเช้ามีพิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 14 รูป บริเวณด้านหน้าอนุสรณ์สถานฯ พร้อมกับจัดพิธีกรรม 3 ศาสนา ได้แก่ ศาสนาพุทธ คริสต์ และอิสลาม

จากนั้นได้มีพิธีวางพวงมาลา และกล่าวรำลึกเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 โดยมีนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสํานักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนนายกรัฐมนตรี วางพวงมาลาและกล่าวสดุดี อีกทั้งจะยังมีตัวแทนจากฝ่ายค้าน ภาคประชาชน รวมถึงจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอื่นๆ เข้าร่วมพิธี ซึ่งวัตถุประสงค์คือต้องการที่จะให้สังคมไทยได้รับรู้ว่าพื้นที่ตรงนี้ต่อสู้มาด้วยเลือดเนื้อชีวิตของเหล่าวีรชนสู้เพื่อประชาธิปไตย

นายอนุชา กล่าวว่า เหตุการณ์ 14 ต.ค.2516 มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์การเมืองไทย เป็นการยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ที่เป็นระบอบการปกครองที่ประชาชนมีอำนาจสูงสุด ในนามนายกรัฐมนตรี ขอไว้อาลัย ขอสรรเสริญอุดมการณ์อันมั่นคงและวีรกรรมในเหตุการณ์วันนั้นย่อมเป็นภาพที่ชัดเจนอยู่ในจิตใจของประชาชน ขอให้ประชาชนร่วมกันสร้างสรรค์ประชาธิปไตยที่ดีงามต่อไป

ขณะที่นพ.ทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนกล่าวสดุดีแทนผู้นำฝ่ายค้านว่า จากวันนั้นถึงวันนี้เผด็จการยังคงอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบไป ในนามคนเดือนตุลา ได้สดุดีวีรชนเดือนตุลาที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและสังคมที่ดีกว่า ทั้งในเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 และ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งมีความเชื่อมโยงกัน โดยช่วง 14 ตุลา 16 นักเรียนนิสิตนักศึกษาและประชาชนต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพ ตอน 6 ตุลา 2516 ต่อสู้เพื่อความเสมอภาคและความเท่าเทียม

ขณะที่ปัจจุบันยังมีประชาชนและคนรุ่นใหม่ที่ ต้องกลับมาต่อสู้ใหม่ เพื่อสิทธิเสรีภาพเสมอภาคและภราดรภาพ ดังนั้น วันนี้นอกจากรำลึกถึง 48 ปี 14 ตุลาแล้ว ยังต้องการเรียกร้องเป็นผู้มีอำนาจให้หยุดทำร้ายประชาชนและเรียกร้องสิทธิการประกันตัวนักโทษการเมืองระหว่างพิจารณาคดีด้วย

ทั้งนี้ก่อนจบการรำลึกนพ.ทศพร ได้ขอให้ผู้ร่วมงานยืนไว้อาลัยแด่วีรชนร่วมกัน 1 นาที และให้ผู้ร่วมงานตะโกนคำว่า “ปล่อยเพื่อนเรา” พร้อมกันอีกด้วย

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่า การตระหนักและให้ความสำคัญในหลักสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของคนในสังคม ซึ่งการเคารพสิทธิ์ และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นั้น บางครั้งต้องเริ่มจากที่ตัวเองที่ต้องให้ความเคารพสิทธิ์ และศักดิ์ศรีผู้อื่นก่อน จึงจะได้รับความเคารพต่อกลับมา
นายวสันต์ยืนยันว่า เมื่อใดสังคมมีวัฒนธรรมแห่งการเคารพสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตยจะเบ่งบานในสังคมนั้น แต่เมื่อใดที่สังคมเต็มไปด้วยการละเมิดสิทธิมนุษยชน ระบอบประชาธิปไตยก็จะถูกลดทอนคุณค่าลง

“หลักสิทธิมนุษยชนจะแบ่งบานและฝังรากลึกในสังคมได้อย่างแท้จริง ไม่เพียงเพราะบรรจุเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ต้องอยู่ในใจหรือมโนสำนึกของทุกคน ก็ขอขอบคุณมูลนิธิ 14 ตุลา ในการสานต่ออุดมการณ์ประชาธิปไตยและธำรงไว้ซึ่งเจตจำนงอันบริสุทธิ์ของเหล่าวีรชน ถึงแม้ว่าปัจจุบันคนไทยจะต้องผจญกับความท้าทายหลายรูปแบบ แต่ส่วนตัวมั่นใจว่า ทุกคนจะร่วมมือกันในการสานต่อและทำให้สังคมไทยเป็นสังคมประชาธิปไตยที่เคารพในสิทธิมนุษยชนได้อย่างแท้จริง” นายวสันต์ กล่าว

สำหรับบรรยากาศภายในงานยังมีความศึกคักเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา มีตัวแทนจากพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง ญาติของผู้เสียชีวิต ทยอยเดินทางมาวางพวงมาลารำลึกตั้งแต่เช้า อาทิ น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะตัวแทนพรรคก้าวไกล นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะตัวแทนพรรคเพื่อไทย ตัวแทนพรรคภูมิใจไทย ตัวแทนพรรคเสรีรวมไทย ตัวแทนนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เข้าร่วม

ขณะที่ตัวแทนจากองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือ อมธ. กล่าวรำลึกตอนหนึ่งว่า แม้เผด็จการในวันนั้น คือ 48 ปีที่แล้วถูกโค่นล้มลงไปแล้ว แต่ยังทิ้งซากไว้ วันนี้เผด็จการได้เติบโตกดขี่ข่มเหงประชาชน ใช้ความรุนแรงโดยไม่ชอบต่อนักเรียนนิสิตนักศึกษาและประชาชน ที่ออกมาแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองและต่อต้านเผด็จการการกระทำของรัฐ ในการละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพที่ประชาชนในระบอบประชาธิปไตยจึงขอประณามการกระทำของผู้มีอำนาจ ต่อนิสิตนักศึกษาประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริงในรัฐไทย พร้อมเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจพิจารณาการกระทำของตัวเอง และเรียกร้องให้ปล่อยนักโทษการเมืองทุกคนที่ถูกจับกุมด้วยความไม่ชอบธรรมด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กำลังกล่าวสดุดีเพื่อรำลึกถึงวีรชน กลุ่มเสรีธรรมศาสตร์ ป๋วยก้าวหน้า และแสงโดม ได้ยกลำโพงเข้าไปในงาน พร้อมกล่าวตอบโต้แสดงความไม่พอใจต่อการกระทำขององค์การนักศึกษาฯ ที่เคยออกแถลงการณ์ ห้ามไม่ให้จัดงานรำลึก 45 ปี 6 ตุลาคม 2519 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ แต่กลับมาเสนอหน้ากล่าวรำลึกถึงวีรชนในงาน 14 ต.ค.โดยไม่มีการตั้งคำถามถึงการกระทำของรัฐบาลต่อพี่น้องประชาชน ทำให้เกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากกลุ่มทะลุฟ้าที่มาร่วมงาน เข้ามาสมทบตะโกนด่าทอองค์การนักศึกษาฯ พร้อมเรียกร้องให้นายกองค์การนักศึกษาฯทบทวนพฤติกรรมของตนเองและลาออกจากตำแหน่งทันที

ระหว่างนั้น มีผู้จัดงาน 14 ต.ค. ได้เข้ามาห้าม พร้อมทำความเข้าใจ สถานการณ์จึงคลี่คลาย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here